กล้ามเนื้ออ่อนแรง
Website Banner
     
 
 
 
    บทความสุขภาพ
 
     
   
 
เพิ่มความสูง
 
   
 
ออฟฟิศซินโดรม
 
   
 
ปวดศีรษะ,ไมเกรน
 
   
 
นอนไม่หลับ
 
   
 
กรดไหลย้อน

   
 
ปวดเอว
 
   
 
อัมพาตใบหน้าครึ่งซีก
 
   
 
    
 โรคปวดกระเพาะอาหาร


 
 
 
    
 อาการอาเจียน
 
 

 
    
บทความฝ้า
 
 

 
    
สิวเรื่องหนักใจบนใบหน้า
 
 
 
 
   
โรคภูมิแพ้ โรคของคนติดสะดวกสบาย
 
   
 
   
บทความหูอื้อ
 
   
 
   
บทความอาการไอ
 
   
 
   
หมอนรองกระดูกทับเส้น ฯ
 
   
 
   
บทความความอ้วน
 
   
 
   
โรคซึมเศร้า
 
   
 
   
โรคท้องผูก
 
   
 
   
อาการปวดประจำเดือน
 
   
 
   
อัมพฤกษ์ อัมพาต
 
   
 
   
ไขมันพอกตับ
 
   
 
   
โรคพาร์กินสัน
 
   
 
   
โรคสะเก็ดเงิน
 
   
 
   
ช็อกโกแลตซีสต์
 
   
 
   
โรคตับแข็ง
 
   
 
   
โรคเกาต์
 
   
 
   
ผมร่วง
 
   
 
   
โรคหอบ โรคหืด
 
   
 
   
เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
 
   
 
   
โรคงูสวัด
 
   
 
   
อาการตาแห้ง
 
   
 
   
โรคลมชัก
 
   
 
   
อาการอ่อนเพลีย
 
   
 
   
โรครูมาตอยด์
 
   
 
   
อาการเวียนศีรษะ
 
   
 
   
อาการไหล่ติด,ปวดไหล่
 
   
 
   
อาการใจสั่น
 
   
 
   
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
 
   
 
   
อาการต้อกระจก
 
   
 
   
อาการไอร้อยวัน
 
   
 
   
โรคทางต่อมไทรอยด์
 
   
 
   
เนื้องอกในมดลูก
 
   
 
   
อาการสะอึก
 
   
 
   
ความดันโลหิตต่ำ
 
   
 
   
ภาวะมีบุตรยาก
 
 
 
 
   
ถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
 
   
 
  อาการเจ็บคอ
 
   
 
  เสื่อมสมรรถภาพในผู้ชาย
 
   
     
     
     

 

 
 
    บทความอื่น ๆ
 
 

 
ฝังเข็มวิธีการระดับโลกที่กรมอนามัยโลกรับรอง
 
   
 

 
การแพทย์จีนความเชื่อมั่นที่ยาวนานกว่า 5000ปี 
 
   
 
เก๋ากี๋ยาอายุวัฒนะ 3000ปี

   
 
ล้างพิษตับของดีที่คนโจมตี
 
   
 

อาการปัสสาวะติดขัด
 
   
   
     
   :: สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ ::  
 
 
   
 
 
 
 

กลุ่มอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

 





      อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis : MG) เกิดจากการที่ร่างกายเกิดความผิดปกติในส่วนของภูมิคุ้มกัน ทำให้ภูมิคุ้มกันมองว่าระบบประสาทการเคลื่อนไหวบนกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าเป็นสิ่งแปลกปลอมจนทำให้ภูมิคุ้มกันเกิดการทำลายระบบประสาทดังกล่าว ผลที่เกิดขึ้นคือเกิดอาการผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องการควบคุม และการเคลื่อนไหวบนใบหน้า มักจะทำให้เกิดอาการหนังตาตก การแสดงอารมณ์ทางสีหน้าผิดปกติ เช่น ยิ้มได้ลำบาก กระพริบตาลำบาก รวมถึงการมีปัญหาในด้านการพูดทำให้พูดลำบาก การเคี้ยวอาหาร และการกลืนอาหาร ทำได้อย่างยากลำบาก



  อาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

    โดยปกติแล้วมักไม่พบอาการเจ็บหรือปวด แต่ผู้ป่วยอาจรู้สึกเจ็บหรือปวดหลังมีประจำเดือนหรือหลังออกกำลังกาย อาการที่สังเกตได้ตามบริเวณส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ตา ใบหน้า ลำคอ แขนและขา โดยอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมักมีรายละเอียดดังนี้

    1.กล้ามเนื้อรอบดวงตา หนังตาตกข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง เป็นอาการแรกที่สังเกตได้ รวมถึงพบปัญหาด้านการมองเห็น เช่น มองไม่ชัด หรือเห็นภาพซ้อน เป็นต้น อาการจะดีขึ้นเมื่อหลับตาข้างใดข้างหนึ่งลง

    2.ใบหน้า หากกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกบนใบหน้าได้รับผลกระทบ จะทำให้การแสดงออกทางสีหน้าถูกจำกัด เช่น ยิ้มได้น้อยลง หรือกลายเป็นยิ้มแยกเขี้ยวเนื่องจากไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อบนใบหน้าได้

    3.การหายใจ ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงจำนวนหนึ่งมีอาการหายใจลำบาก โดยเฉพาะเมื่อนอนราบอยู่บนเตียงหรือหลังออกกำลังกาย

   4.การพูด การเคี้ยวและการกลืน เกิดจากกล้ามเนื้อรอบปาก เพดานอ่อน หรือลิ้นอ่อนแรง ส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติบางอย่าง เช่น พูดเสียงเบาแหบ พูดเสียงขึ้นจมูก เคี้ยวไม่ได้ กลืนลำบาก ไอ สำลักอาหาร บางกรณีอาจเป็นสาเหตุไปสู่การติดเชื้อที่ปอด

    5.ลำคอ แขนและขา อาจเกิดขึ้นร่วมกับอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ มักเกิดขึ้นที่แขนมากกว่าที่ขา ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น เดินเตาะแตะ เดินตัวตรงได้ยาก กล้ามเนื้อบริเวณคออ่อนแรง ทำให้ตั้งศีรษะหรือชันคอลำบาก เกิดปัญหาในการแปรงฟัน การยกของ รวมไปถึงการปีนบันได
 


  สาเหตุของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

    โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมักเกิดขึ้นจากปัญหาการแพ้ภูมิตัวเอง (Autoimmune Disorder) โดยมีรายละเอียดสาเหตุของอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ดังนี้

    - สารภูมิต้านทานหรือแอนติบอดี้ (Antibodies) และการส่งสัญญาณประสาท ปกติระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะผลิตแอนติบอดี้ออกมาเพื่อทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย แต่ในผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง แอนติบอดี้จะไปทำลายหรือขัดขวางการทำงานของสารสื่อประสาทแอซิติลโคลีน (Acetylcholine) โดยถูกส่งไปที่ตัวรับ (Receptor) ซึ่งอยู่ที่ปลายระบบประสาทบนกล้ามเนื้อแต่ละมัด ทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวได้

    - ต่อมไทมัส (Thymus Gland) เป็นต่อมที่อยู่บริเวณกระดูกอก มีส่วนในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ผลิตสารภูมิต้านทานหรือแอนติบอดี้ไปขัดขวางการทำงานของสารสื่อประสาทแอซิติลโคลีน เด็กจะมีต่อมไทมัสขนาดใหญ่และจะค่อย ๆ เล็กลงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงจะมีขนาดของต่อมไทมัสที่ใหญ่ผิดปกติ หรือผู้ป่วยบางรายมีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่มีสาเหตุมาจากเนื้องอกของต่อมไทมัส ซึ่งพบประมาณร้อยละ 10 ในผู้ป่วยสูงอายุ 
 





  อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงในทรรศนะทางแพทย์แผนจีน

    อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงในทางแพทย์แผนจีนมองว่าอาการของโรคจะเกิดบริเวณเส้นเอ็น เส้นลมปราณ กล้ามเนื้อ จะมีผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่มีแรง กล้ามเนื้อเล็กลีบ เคลื่อนไหวติดขัดไม่สะดวก
 


  สาเหตุและกลไกการเกิดโรค

    การแพทย์แผนจีนอธิบายว่า อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงเกิดจากเสียชี่จากภายนอกเช่น พิษร้อน และปัจจัยภายในเช่น จากการรับประทานอาหารหรือตรากตรำทำงาน หรืออาการพร่องมาแต่กำเนิด หรือมีเพศสัมพันธ์ไม่ถูกสุขลักษณะ หรือเกิดจากการบาดเจ็บฟกช้ำต่างๆ หรือได้รับยาที่มีพิษต่อระบบประสาท สาเหตุของอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นความผิดปกติต่างๆที่ทำให้สารจำเป็นและ ของเหลวลดลง เลือดและชี่พร่องอ่อนแอลง ทำให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นลมปราณไม่ได้รับการหล่อเลี้ยงที่เพียงพอ

สาเหตุหลักของอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

    1.ได้รับพิษอุ่นร้อนซึ่งแบ่งเป็น 3 ชนิดคือ 1.ได้รับเสียชี่ที่เป็นพิษอุ่นร้อนเข้ามากระทำภายในร่างกาย 2.ภายหลังการเจ็บป่วย เสียชี่ยังตกค้างอยู่ในร่างกาย 3.มีไข้ต่ำๆยังรักษาไม่หาย ทั้ง 3 สาเหตุนี้สามารถทำให้เสียชี่ที่เป็นความร้อนอยู่ภายในเพิ่มสูงขึ้น ไปทำลายของเหลว ทำให้ปอดร้อน ของเหลวในร่างกายไม่สามารถแพร่กระจาย ทำให้เส้นเอ็นเส้นลมปราณขาดการหล่อเลี้ยง เกิดเป็นอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

    2.เกิดจากความร้อนชื้นเข้ามากระทำ เนื่องจากอยู่ในที่ที่มีความชื้นหรือตากฝน หรือแช่น้ำเป็นเวลานาน หรือเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เมื่อเกิดความร้อนชื้น ความร้อนชื้นจะไปอุดกั้นเส้นเอ็นเส้นลมปราณ ทำให้ชี่และเลือดไหลเวียนไม่สะดวก ทำให้เส้นเอ็น เส้นลมปราณขาดการหล่อเลี้ยงที่เพียงพอ เกิดเป็นอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

    3.เกิดจากการรับประทานอาหารหรือสิ่งที่เป็นพิษมากระทำ
    3.1.ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารที่เป็นของมันทำให้เกิดความร้อนชื้นได้ความร้อนชื้นจะไปอุดกั้นการไหลเวียนของชี่และเลือด ทำให้เส้นเอ็น เส้นลมปราณ ขาดการหล่อเลี้ยงที่เพียงพอ เกิดเป็นอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
    3.2.อาหารที่รับประทานมีผลต่อม้ามและกระเพาะอาหารทำให้เกิดความชื้น ความชื้นจะไปอุดกั้นเส้นลมปราณ ทำให้ชี่และเลือดไหลเวียนไม่สะดวก ทำให้เส้นเอ็น เส้นลมปราณขาดการหล่อเลี้ยงที่เพียงพอ เกิดเป็นอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
    3.3.อาหารที่รับประทานมีผลกระทบต่อม้ามและกระเพาะอาหาร ทำให้ไม่สามารถสร้างชี่และเลือดได้เพียงพอ ดังนั้นเส้นเอ็น เส้นลมปราณจึงขาดการหล่อเลี้ยงที่เพียงพอ เกิดเป็นอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
    3.4.มีการรับประทานหรือสัมผัสสิ่งที่มีพิษ ทำให้ชี่และเลือดถูกทำลาย ไม่สามารถไหลเวียนได้คล่อง เส้นเอ็น เส้นลมปราณขาดการหล่อเลี้ยง เกิดเป็นอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

    4.เจ็บป่วยเรื้อรังหรือมีเพศสัมพันธ์มากเกินไป การแพทย์แผนจีนอธิบายว่า เมื่อเจ็บป่วยเป็นเวลานาน หรือมีเพศสัมพันธ์มากเกินไป หรือมีอาการพร่องมาแต่กำเนิด ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง อาการพร่องเกิดจากชี่หรือจิงของไตที่พร่องลง หรืออาจเกิดจากการบาดเจ็บ ถูกกระทำจากภายนอก เกิดการฟกช้ำต่างๆทำให้เกิดเลือดคั่งอุดกั้นเส้นลมปราณ ทำให้ชี่และเลือดไหลเวียนไม่สะดวก เกิดเป็นอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
 


  การจำแนกกลุ่มอาการเพื่อการรักษา

    1.อาการกลุ่มแกร่ง
    1.1.ปอดร้อนของเหลวถูกทำลาย ( 肺热津伤证 )
    อาการทางคลินิก อาการเกิดแบบเฉียบพลัน มีไข้ขึ้นก่อนเป็นลำดับแรก หลังจากนั้นรู้สึกแขนขาอ่อนแรง สามารถจะพบกล้ามเนื้อลีบหดลงในเวลาอันรวดเร็ว ผิวหนังแห้ง หงุดหงิด กระหายน้ำ มีอาการสำลัก มีเสมหะเล็กน้อย คอแห้ง ปัสสาวะเหลืองหรือมีอาการแสบร้อนร่วมด้วย อุจจาระแห้งแข็ง
    ลักษณะลิ้น ลิ้นแดง ฝ้าเหลือง
    ลักษณะชีพจร ชีพจรละเอียดเร็ว
    หลักการรักษา ขจัดความร้อน เพิ่มความชุ่มชื้น เสริมอินสร้างของเหลว

    1.2.มีความร้อนชื้นมากระทำ ( 湿热浸淫证 )
    อาการทางคลินิก อาการจะค่อยๆลุกลามกำเริบมากขึ้น ร่างกายจะรู้สึกหนักขึ้น อ่อนแรงขึ้นเรื่อยๆ กล้ามเนื้อที่ลีบอ่อนแรงส่วนใหญ่พบที่ขาเป็นหลัก ตามร่างกายจะมีอาการบวมเล็กน้อย มือขามีอาการชา มีไข้ต่ำต่ำ ชอบความเย็น กลัวความร้อน หน้าอกและท้องแน่น ปัสสาวะร้อนแสบขัด
    ลักษณะลิ้น ลิ้นแดงฝ้าเหลืองเหนียว
    ลักษณะชีพจร ชีพจรนุ่มเร็วหรือลื่นเร็ว
    หลักการรักษา ขจัดความร้อน สลายความชื้น ทะลวงเส้นลมปราณ

    2.อาการกลุ่มพร่อง
    2.1.ม้ามและกระเพาะอาหารพร่อง ( 脾胃虚弱证 )
    อาการทางคลินิก อาการของโรคจะค่อยๆกำเริบมากขึ้นเรื่อยๆ อาการลีบอ่อนแรงของกล้ามเนื้อจะค่อยๆเป็นมากขึ้น มีอาการอ่อนแรง เมื่อยล้า กล้ามเนื้อลีบ ไม่อยากพูด เบื่ออาหาร ถ่ายเหลว ใบหน้าขาวซีดหรือเหลืองหม่นหมอง หน้าบวม
    ลักษณะลิ้น ลิ้นซีด ฝ้าขาวบาง
    ลักษณะชีพจร ชีพจรละเอียดอ่อนแอ
    หลักการรักษา บำรุงจงเจียว เสริมชี่บำรุงม้าม นำสารอาหารขึ้นสู่ด้านบน

    2.2.ตับและไตพร่อง ( 肝肾亏损证 )
    อาการทางคลินิก โรคจะค่อยๆกำเริบมากขึ้นเรื่อยๆ แขนขาจะลีบและอ่อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะที่บริเวณขา และอาจไม่สามารถยืนนานได้ หรืออาจจะพิการ บริเวณหน้าแข้งจะมีกล้ามเนื้อลีบลงมาก มีอาการปวดเมื่อยเอวเข่า เวียนศีรษะ มีเสียงดังในหู คอแห้ง ปากแห้ง อสุจิเคลื่อน ปัสสาวะราด ในสตรีอาจมีความผิดปกติของประจำเดือน
    ลักษณะลิ้น ลิ้นแดง ฝ้าน้อย
    ลักษณะชีพจร ชีพจรละเอียดเร็ว
    หลักการรักษา เสริมอิน บำรุงไต ขจัดความร้อน

    3.กลุ่มอาการแกร่งและพร่องปะปนกัน ( 脉络瘀阻证 )
    อาการทางคลินิก ผู้ป่วยจะเจ็บป่วยเรื้อรังเป็นเวลานาน ทำให้ร่างกายพร่องอ่อนแอ กล้ามเนื้อแขนขาลีบอ่อนแรง มือเท้าชา เมื่อมีการเคลื่อนไหวจะรู้สึกปวด บางรายจะมีกล้ามเนื้อลิ้นหดลีบเล็กลง ทำให้ไม่สามารถยืดหดลิ้นได้
    ลักษณะลิ้น ลิ้นสีซีดคล้ำ มีจุดเลือดคั่ง
    ลักษณะชีพจร ชีพจรละเอียดฝืด
    หลักการรักษา บำรุงชี่ บำรุงเลือด เพิ่มการไหลเวียนสลายเลือดคั่ง 
 


  การบำบัดรักษาอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงทางการแพทย์แผนจีน

    1.รับประทานยาสมุนไพรจีน
ที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ไม่มีสารตกค้าง ตามแต่ละกลุ่มอาการ และสาเหตุ เช่น
    - อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่เกิดจากม้ามและกระเพาะอาหารพร่อง  รับประทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณบำรุงจงเจียว เสริมชี่บำรุงม้าม นำสารอาหารขึ้นสู่ด้านบน
    - อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่เกิดจากตับและไตพร่อง รับประทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ เสริมอิน บำรุงไต ขจัดความร้อน

    2.ฝังเข็มตามแต่ละกลุ่มอาการ เพื่อปรับสมดุลร่างกายตามกลุ่มอาการ
    - อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่เกิดจากปอดร้อนของเหลวถูกทำลาย ทำการฝังเข็มที่มีสรรพคุณ ขจัดความร้อนที่ปอด เพิ่มความชุ่มชื้นให้ปอด เสริมอินสร้างของเหลว
    - อาการกล้ามเนื้องอ่อนแรงที่เกิดจากมีความร้อนชื้นมากระทำ ทำการฝังเข็มที่มีสรรพคุณ ขจัดความร้อน สลายความชื้น ทะลวงเส้นลมปราณ
 


  สมุนไพรช่วยบรรเทาอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

    1.งาดำ ช่วยบำรุงกำลัง ช่วยสลายไขมัน ใช้ลดความอ้วน ช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลในร่างกาย ช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยบำรุงสมอง ช่วยบำรุงโลหิต ลดความดันโลหิต ช่วยขยายหลอดเลือด ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ช่วยให้นอนหลับสบาย  ป้องกันโรคหวัด ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ช่วยบำรุงกระดูก ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน ป้องกันโรคท้องผูก ช่วยบรรเทาโรคริดสีดวงทวาร ช่วยป้องกันโรคข้อเสื่อม

    2.ดอกของต้นชมจันทร์ ช่วยบำรุงสมอง ช่วยให้ความจำดี และวิตามินซีในดอกชมจันทร์ จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ใช้เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย และป้องกันมะเร็ง ดอกชมจันทร์ สามารถใช้ แก้ร้อนใน บำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันโรคดีซ่าน ขับปัสสาวะ และบรรเทาริดสีดวงทวาร ส่วน เกสรของดอกชมจันทร์ สามารถช่วยบำรุงระบบประสาท ทำให้ผ่อนคลาย มีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอ่อนๆ

    3.หอมหัวใหญ่ สามารป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ เพราะว่าหอมหัวใหญ่มีสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถช่วยแก้การนอนไม่หลับได้ ช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย ช่วยกำจัดสารตะกั่วและโลหะหนักที่ปนเปื้อนมากับอาหาร ช่วยป้องกันการเกิด โรคหัวใจ ลดความเสี่ยงของอัมพาต ช่วยรักษาโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ช่วยในการขยายหลอดเลือด ช่วยทำให้เลือดไม่ไปอุดตันในหลอดหลอด ช่วยในการสลายลิ่มเลือดปกป้องหลอดเลือดเลี้ยงสมองเกิดการอุดตัน ลดความอ้วน ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยลดความดันโลหิต แก้ความดันโลหิตสูง ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ช่วยรักษาไข้หวัด แก้หวัดคัดจมูก และช่วยลดน้ำมูก ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ หอมหืด คุณช่วยขับเสมหะได้ ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยแก้ท้องร่วง ช่วยขับพยาธิ ช่วยในการขับปัสสาวะ ช่วยแก้ลมพิษ ลดอาการปวดอักเสบ ช่วยฆ่าเชื้อโรค ช่วยรักษาผิวหนังที่ถูกน้ำร้อนลวกได้ 
 





  คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน
    1.ทานยาตามแพทย์แนะนำ
    2.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
    3.ทานอาหารอ่อน ๆ งดอาหารปิ้ง ทอด มัน ย่าง
    4.ปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้านและที่อยู่อาศัยให้มีที่ช่วยยึดจับ
    5.หลีกเลี่ยง การสูบบุหรี่ ความเครียด และการดื่มสุรา
    6.พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง และควรนอนก่อน 22.00 น.
    7.จิบน้ำอุณหภูมิปกติหรือน้ำอุ่น 2-3 ลิตรต่อวัน จิบเรื่อยๆทั้งวัน
 


     


     


     


     


     


     










Current Pageid = 445