อาการปัสสาวะติดขัด
Website Banner
     
 
 
 
    บทความสุขภาพ
 
     
   
 
เพิ่มความสูง
 
   
 
ออฟฟิศซินโดรม
 
   
 
ปวดศีรษะ,ไมเกรน
 
   
 
นอนไม่หลับ
 
   
 
กรดไหลย้อน

   
 
ปวดเอว
 
   
 
อัมพาตใบหน้าครึ่งซีก
 
   
 
    
 โรคปวดกระเพาะอาหาร


 
 
 
    
 อาการอาเจียน
 
 

 
    
บทความฝ้า
 
 

 
    
สิวเรื่องหนักใจบนใบหน้า
 
 
 
 
   
โรคภูมิแพ้ โรคของคนติดสะดวกสบาย
 
   
 
   
บทความหูอื้อ
 
   
 
   
บทความอาการไอ
 
   
 
   
หมอนรองกระดูกทับเส้น ฯ
 
   
 
   
บทความความอ้วน
 
   
 
   
โรคซึมเศร้า
 
   
 
   
โรคท้องผูก
 
   
 
   
อาการปวดประจำเดือน
 
   
 
   
อัมพฤกษ์ อัมพาต
 
   
 
   
ไขมันพอกตับ
 
   
 
   
โรคพาร์กินสัน
 
   
 
   
โรคสะเก็ดเงิน
 
   
 
   
ช็อกโกแลตซีสต์
 
   
 
   
โรคตับแข็ง
 
   
 
   
โรคเกาต์
 
   
 
   
ผมร่วง
 
   
 
   
โรคหอบ โรคหืด
 
   
 
   
เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
 
   
 
   
โรคงูสวัด
 
   
 
   
อาการตาแห้ง
 
   
 
   
โรคลมชัก
 
   
 
   
อาการอ่อนเพลีย
 
   
 
   
โรครูมาตอยด์
 
   
 
   
อาการเวียนศีรษะ
 
   
 
   
อาการไหล่ติด,ปวดไหล่
 
   
 
   
อาการใจสั่น
 
   
 
   
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
 
   
 
   
อาการต้อกระจก
 
   
 
   
อาการไอร้อยวัน
 
   
 
   
โรคทางต่อมไทรอยด์
 
   
 
   
เนื้องอกในมดลูก
 
   
 
   
อาการสะอึก
 
   
 
   
ความดันโลหิตต่ำ
 
   
 
   
ภาวะมีบุตรยาก
 
 
 
 
   
ถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
 
   
     
     

 

 
 
    บทความอื่น ๆ
 
 

 
ฝังเข็มวิธีการระดับโลกที่กรมอนามัยโลกรับรอง
 
   
 

 
การแพทย์จีนความเชื่อมั่นที่ยาวนานกว่า 5000ปี 
 
   
 
เก๋ากี๋ยาอายุวัฒนะ 3000ปี

   
 
ล้างพิษตับของดีที่คนโจมตี
 
   
 

อาการปัสสาวะติดขัด
 
   
   
     
   :: สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ ::  
 
 
   
 
 
 
 
 

อาการปัสสาวะติดขัด 

ปัสสาวะติดขัด หมายถึง ภาวะปัสสาวะลำบาก มีปริมาณน้ำปัสสาวะต่อวันน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดหรือปัสสาวะออกเป็นหยด หรือในรายที่เป็นรุนแรงอาจถึงขั้นปัสสาวะไม่ออก
กลุ่มอาการปัสสาวะติดขัดแบ่งออกเป็นสองลักษณะ
1.มีปัสสาวะน้อย หรือปัสสาวะเป็นหยด เรียกว่าหลง
2.ปัสสาวะไม่ออกหรือไม่มีปัสสาวะเลย เรียกว่า ปี้
ซึ่งทั้งสองลักษณะนี้มีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน โดยหลงสามารถเปลี่ยนไปเป็นปี้ได้ในขณะเดียวกันปี้ก็สามารถเปลี่ยนไปเป็นหลงได้ เมื่ออาการทุเลาลง แต่ในทางคลินิกนั้น มักจะพบสองอาการนี้ร่วมกันและกลไกการดำเนินโรคก็คล้ายคลึงกัน ฉะนั้นจึงมักเรียกรวมกันว่า “หลงปี้”

 
 
     

 
   
  สาเหตุและกลไกการเกิดโรค
1.ปัจจัยภายนอกที่ก่อให้เกิดโรคโดย ความร้อนชื้น ซึ่งอาจจะเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ทำให้เกิดความร้อนชื้นอุดกั้นอยู่ภายใน จากนั้นจะไหลลงไปสะสมอยู่ที่กระเพาะปัสสาวะทำให้หน้าที่ในการแปรสภาพโดยชี่ของกระเพาะปัสสาวะเกิดความผิดปกติไป หรือปัจจัยความร้อนจากภายนอก ทำให้ปอดร้อน ชี่ติดขัดทำให้หน้าที่ในการจัดการกระจายน้ำของปอดผิดปกติไป เป็นต้น
2.การรับประทานอาหารที่ร้อนหรือเผ็ดมากเกินไป หรือการตรากตรำทำงานหนักเกินไป ทำให้สารจำเป็นต่างๆ ไม่ถูกส่งขึ้นข้างบน ในทางตรงกันข้ามสิ่งสกปรกที่ควรต้องขับออกก็ไม่ถูกส่งลงข้างล่างแล้วก่อให้เกิดอาการหลงปี้
3.เกิดจากความผิดปกติทางอารมณ์ ทำให้ชี่ของตับและม้ามติดขัด ส่งผลให้ชี่ไหลเวียนไม่สะดวกทางเดินของน้ำติดขัดไม่คล่องก่อให้เกิดอาการหลงปี้
4.ความชราหรือความเจ็บป่วยเรื้อรังทำให้หยวนชี่ของไตพร่อง แล้วก่อให้เกิดภาวการณ์แปรสภาพของชี่โดยกระเพาะปัสสาวะผิดปกติ เกิดอาการหลงปี้
5.มีเนื้องอกหรือมีนิ่วที่กระเพาะปัสสาวะ ปิดกั้นทางเดินปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะลำบากหรือปัสสาวะไม่ออก
 
 
 
   
การจำแนกกลุ่มอาการตามแพทย์แผนจีน

1.มีความร้อนชื้นที่กระเพาะปัสสาวะ กลุ่มสาเหตุนี้ผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะเป็นหยด ปัสสาวะไม่คล่อง ปริมาณปัสสาวะต่อวันน้อยมาก ร่วมกับมีอาการปวดแสบร้อนเวลาปัสสาวะ มีอาการปากขม ปากเหนียว กระหายน้ำแต่ไม่อยากดื่ม ปวดแน่นบริเวณท้องน้อย อุจจาระไม่คล่อง ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองเหนียว ชีพจรนุ่มเร็ว
2. มีความร้อนอุดกั้นที่ปอด ผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะไม่คล่องหรือปัสสาวะเป็นหยด คอแห้ง กระหายน้ำ มีภาวะหายใจติดขัด หรืออาจมีอาการไอร่วมด้วย ลิ้นแดงฝ้าเหลืองบาง ชีพจรเร็ว กลไกของปอดมีความร้อนเพิ่มสูงขึ้น ทำให้หน้าที่ในการจัดการกระจายน้ำเสียไป ทำให้การไหลเวียนของน้ำผิดปกติไม่สามารถส่งน้ำไปที่กระเพาะปัสสาวะได้
        3. ชี่ตับติดขัด อาการของผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอาการปัสสาวะไม่คล่อง หรือออกแต่รู้สึกว่าออกไม่หมด มีอารมณ์กลัดกลุ้มอึดอัด หงุดหงิดโกรธง่าย มีอาการปวดแน่นบริเวณชายโครงด้านข้างและท้อง ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองบาง ชีพจรตึง
        4.มีสิ่งสกปรกหรือเลือดอุดกั้น กลุ่มอาการดังกล่าวจะมีปัสสาวะออกเป็นหยดๆ หรือเป็นเส้นเล็กๆ หรือเกิดการติดขัดไม่สามารถปัสสาวะได้ มีอาการปวดแน่นบริเวณท้องน้อย ลิ้นสีม่วงคล้ำ หรือมีจุดเลือดคั่ง ชีพจรฝืด
        5.ชี่ของม้ามพร่อง ผู้ป่วยจะมีอาการแน่น และรู้สึกหน่วงๆ(หย่อนๆ) บริเวณท้องน้อย อยากปัสสาวะแต่ปัสสาวะไม่ออก หรือปัสสาวะมีปริมาณน้อย ปัสสาวะลำบาก เมื่อยล้า อ่อนแรง เบื่ออาหาร หายใจสั้น ลิ้นซีด ฝ้าบาง ชีพจรเล็ก
        6. หยางของไตพร่อง อาการกลุ่มนี้ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะเป็นหยด ไม่มีแรงในการขับปัสสาวะ ร่วมกับกลุ่มอาการไตหยางพร่อง เช่น สีหน้าซีดขาวไม่สดใส มีภาวะซึมไม่สดชื่น มีอาการขี้หนาว แขนขาเย็น ปวดเมื่อยเอวและเข่า ลิ้นซีด ฝ้าขาว ชีพจรจมเล็กไม่มีแรง 
 
 
   
การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน

    1.อาการร้อนชื้นที่กระเพาะปัสสาวะ หลักการรักษา ขจัดความร้อน สลายความชื้น ขับปัสสาวะ
    2.อาการมีความร้อนอุดกั้นปอด หลักการรักษา ขจัดระบายความร้อนที่ปอด เพิ่มความคล่องตัวของทางเดินน้ำ
    3.อาการชี่ตับติดขัด หลักการรักษา เพิ่มการไหลเวียนของชี่ตับให้คล่อง ขับปัสสาวะ
    4.มีสิ่งสกปรกหรือเลือดอุดตัน หลักการรักษา ต้องสลายเลือดคั่ง กระจายก้อนแข็ง ขับปัสสาวะ
    5.อาการชี่ของม้ามพร่อง หลักการรักษา ช่วยให้ร่างกายลำเลียงสารจำเป็นขึ้นสู่ด้านบน ส่งสิ่งสกปรกลงสู่ด้านล่าง บำรุงชี่และขับน้ำ
    6.อาการหยางของไตพร่อง หลักการรักษา ปรับความอุ่นให้ร่างกายและบำรุงหยางไต ขับน้ำ 
 
 
   
 
     
      หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่น ๆ   
Current Pageid = 333