โรคลมชัก โรคร้ายไม่ควรมองข้าม
Website Banner
     
 
 
 
    บทความสุขภาพ
 
     
   
 
เพิ่มความสูง
 
   
 
ออฟฟิศซินโดรม
 
   
 
ปวดศีรษะ,ไมเกรน
 
   
 
นอนไม่หลับ
 
   
 
กรดไหลย้อน

   
 
ปวดเอว
 
   
 
อัมพาตใบหน้าครึ่งซีก
 
   
 
    
 โรคปวดกระเพาะอาหาร


 
 
 
    
 อาการอาเจียน
 
 

 
    
บทความฝ้า
 
 

 
    
สิวเรื่องหนักใจบนใบหน้า
 
 
 
 
   
โรคภูมิแพ้ โรคของคนติดสะดวกสบาย
 
   
 
   
บทความหูอื้อ
 
   
 
   
บทความอาการไอ
 
   
 
   
หมอนรองกระดูกทับเส้น ฯ
 
   
 
   
บทความความอ้วน
 
   
 
   
โรคซึมเศร้า
 
   
 
   
โรคท้องผูก
 
   
 
   
อาการปวดประจำเดือน
 
   
 
   
อัมพฤกษ์ อัมพาต
 
   
 
   
ไขมันพอกตับ
 
   
 
   
โรคพาร์กินสัน
 
   
 
   
โรคสะเก็ดเงิน
 
   
 
   
ช็อกโกแลตซีสต์
 
   
 
   
โรคตับแข็ง
 
   
 
   
โรคเกาต์
 
   
 
   
ผมร่วง
 
   
 
   
โรคหอบ โรคหืด
 
   
 
   
เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
 
   
 
   
โรคงูสวัด
 
   
 
   
อาการตาแห้ง
 
   
 
   
โรคลมชัก
 
   
 
   
อาการอ่อนเพลีย
 
   
 
   
โรครูมาตอยด์
 
   
 
   
อาการเวียนศีรษะ
 
   
 
   
อาการไหล่ติด,ปวดไหล่
 
   
 
   
อาการใจสั่น
 
   
 
   
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
 
   
 
   
อาการต้อกระจก
 
   
 
   
อาการไอร้อยวัน
 
   
 
   
โรคทางต่อมไทรอยด์
 
   
 
   
เนื้องอกในมดลูก
 
   
 
   
อาการสะอึก
 
   
 
   
ความดันโลหิตต่ำ
 
   
     

 

 
 
    บทความอื่น ๆ
 
 

 
ฝังเข็มวิธีการระดับโลกที่กรมอนามัยโลกรับรอง
 
   
 

 
การแพทย์จีนความเชื่อมั่นที่ยาวนานกว่า 5000ปี 
 
   
 
เก๋ากี๋ยาอายุวัฒนะ 3000ปี

   
 
ล้างพิษตับของดีที่คนโจมตี
 
   
 

อาการปัสสาวะติดขัด
 
   
   
     
   :: สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ ::  
 
 
   
 
 
 
 

โรคลมชัก

(
elipepsy , 癫痫 )






      โรคลมชัก (Epilepsy) จัดเป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการเกร็ง เกิดการกระตุกของกล้ามเนื้อ ซึ่งอาการสามารถเกิดได้โดยไม่จำเป็นต้องมีสิ่งเร้า หรือไม่จำเป็นต้องมีการแจ้งเตือนของอาการล่วงหน้า ทำให้ผู้ที่เป็นโรคลมชักมักจะมีอาการวิตกกังวลในอาการที่เป็น ต้องคอยกังวลว่าจะเกิดอาการเมื่อไร เมื่อไรจะเกิดอาการกำเริบ จึงทำให้ผู้ที่มีอาการลมชักใช้ชีวิตปกติได้อย่างยากลำบาก

    โรคลมชักจัดเป็นอาการที่เกิดความผิดปกติต่อระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งระบบประสาทส่วนนี้มีหน้าที่ในการควบคุมระบบการทำงานของร่างกายซึ่งเมื่อเกิดความผิดปกติระบบประสาทส่วนนี้จึงไม่สามารถควบคุมระบบกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวได้ ทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ เกิดอาการกระตุก เกร็ง ไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้ ในบางรายที่มีอาการหนักอาจทำให้เกิดการหมดสติระหว่างเกิดอาการลมชักได้
 



  อาการของโรคลมชัก

        อาการของโรคลมชักที่เห็นได้ชัดคือล้มลง มีอาการกล้ามเนื้อกระตุกเป็นระยะ ตาเหลือกขึ้นข้างบน ในบางกรณีอาจมีเสียงลมในคอ อาจมีปัสสาวะราดร่วมด้วย ซึ่งอาการลมชักในแต่ละรายจะมีอาการต่างกัน จึงสามารถแบ่งอาการของโรคลมชักได้หลายแบบดังนี้

    - อาการลมชักแบบชักเกร็ง ( Tonic Seizures ) เป็นอาการลมชักที่ทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการเกร็ง ซึ่งอาการชักแบบผู้ป่วยนี้มักจะล้มลงด้วย เพราะอาการจะเกิดขึ้นบริเวณกล้ามเนื้อหลัง หรือแขน ขา ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถทรงตัวได้จนทำให้ล้มลง

    - อาการชักแบบเหม่อลอย ( Absence Seizures ) เป็นอาการชักที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเหม่อลอยระหว่างเกิดอาการชัก โดยมากจะเกิดขึ้นในเด็ก การทำงานของการชักลักษณะนี้จะเกิดขึ้นกับระบบประสาทของคนไข้ ทำให้คนไข้เกิดอาการเหม่อลอยมีการขยับร่างกายน้อยมาก ในบางรายอาจจะมีการขยับริมฝีปาก หรือมีการกระพริบตา โดยมากระหว่างที่เกิดอาการชักผู้ป่วยมักจะสูญเสียการรับรู้ระหว่างเกิดอาการชัก

    - อาการชักแบบกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Atonic Seizures) อาการชักชนิดนี้จะมีผลต่อกล้ามเนื้อของผู้ป่วยโดยตรง เมื่ออาการกำเริบจะทำให้กล้ามเนื้อผู้ป่วยอ่อนแรง ไม่มีแรง โดยมากจะทำให้ผู้ป่วยล้มลงเพราะควบคุมกล้ามเนื้อไม่ได้ อาการของการชักแบบนี้มักจะมาแบบเฉียบพลัน

    - อาการชักแบบชักกระตุก ( Clonic Seizures ) เป็นอาการชักที่ทำให้ระบบการควบคุมกล้ามเนื้อผิดปกติ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการขยับในจังหวะซ้ำไปซ้ำมาจนมีลักษณะเหมือนอาการชักกระตุก โดยมากอาการจะเกิดกับบริเวณลำคอ ใบหน้า และแขน

    - อาการชักแบบชักกระตุกและเกร็ง (Tonic-clonic Seizures) เป็นอาการชักที่ผสมระหว่างอาการชักกระตุก และอาการชักเกร็ง โดยอาการจะส่งผลต่อระบบกล้ามเนื้อ โดยจะเกิดกับกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย โดยจะมีอาการชัก และอาการกระตุกพร้อมกัน โดยมากผู้ป่วยจะมีอาการหมดสติ ล้มลง ในผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการร้องไห้ร่วมระหว่างเกิดอาการ และมักจะมีการเหนื่อยหลังเกิดอาการชัก

    ข้อควรระวังหากผู้ป่วยมีอาการชักต่อเนื่องในระยะเวลามากกว่า 30 นาที และผู้ป่วยไม่สามารถคืนสติระหว่างชักได้ถือว่าเป็นอาการชักที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด
 


  สาเหตุของโรคชัก

    โรคลมชักจัดเป็นโรคที่สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศ ไม่จำกัดอายุ ซึ่งสาเหตุมาจากสาเหตุต่าง ๆ หลายสาเหตุซึ่งทางการแพทย์แผนปัจจุบันก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปแน่ชัดได้ ซึ่งอาการของโรคลมชักสามารถเกิดจากปัจจัยดังต่อไปนี้ เช่น

    - เกิดจากพันธุกรรม มีรายงานทางการแพทย์ระบุว่าในผู้ป่วยที่มีอาการโรคลมชักหลาย ๆ รายมักจะมีคนในครอบครัวเป็นอาการลมชักเช่นกัน เช่น ในบางรายอาจมีบิดา มารดา หรือ ปู่ ย่า ตา ยาย เป็นโรคลมชัก ดังนั้นจึงอาจเป็นไปได้ว่าโรคลมชักสามารถสืบทอดยีนส์ด้วยผ่านทางระบบพันธุกรรมได้

    - เกิดจากการตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์จัดเป็นการสร้าง และพัฒนาระบบร่างกายมนุษย์ในขั้นต้น ซึ่งในระหว่างการพัฒนาร่างกายนี้หากหากคุณแม่มีภาวะบกพร่อง หรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ หรืออื่น ๆ ย่อมส่งผลต่อทารกในครรภ์ เช่น การสร้างระบบร่างกาย หรือประสาทไม่สมบูรณ์ เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของอาการลมชัก

    - เกิดจากอายุที่มากขึ้น ผู้ที่มีอายุมากขึ้นบางราย ระบบประสาทจะเกิดการเกร็งตัว หรือเกิดการเสื่อมสภาพลงไป ซึ่งปัจจัยนี้ในบางรายจะเกิดกับระบบควบคุมกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นระบบประสาทที่มีผลต่อโรคลมชักโดยตรง

    - เกิดจากการประสบอุบัติเหตุ ในผู้ป่วยบางรายไม่ได้เป็นโรคลมชักตั้งแต่ต้น แต่จะเริ่มมีอาการหลังจากเกิดอุบัติเหตุ เพราะการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่ทำให้ศีรษะ หรือสมองกระทบกระเทือน เพราะเมื่อศีรษะกระทบกระเทือนจนมีผลต่อระบบควบคุมกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหว ทำให้ผู้ประสบอุบัติเหตุเกิดอาการลมชักได้

    - เกิดจากอาการในสมองต่าง ๆ เช่น อาการหลอดเลือดในสมอง โรคสมองเสื่อม และอื่น ๆ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อสมองส่วนระบบควบคุมกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหว
 
 


           
 


  โรคลมชักในทรรศนะทางแพทย์แผนจีน

    โรคลมชัก (癫痫 เตียนเสียน) ในทางแพทย์แผนจีนมองว่าเกิดจากการเสียสมดุลของอารมณ์ในมนุษย์ 7 อย่าง คือ ดีใจ ตกใจ โกรธ วิตกกังวล ครุ่นคิด เสียใจ และ การกลัว ซึ่งการที่ร่างกายเกิดการเสียสมดุลของอารมณ์ดังกล่าว จะทำให้ระบบอวัยวะต่าง ๆ เกิดการเสียสมดุล และทำให้เกิดเสียชี่ (พิษจากภายนอก) ในร่างกาย และเกิดอาการลมปราณแปรปรวน ไปอุดกั้นทวารที่เปิดสู่สมองทำให้ไม่สามารถควบคุมระบบสติสัมปชัญญะได้

    นอกจากการเสียสมดุลจากอารมณ์ดังกล่าวแล้ว ยังมีปัจจัยจากการทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ หรือเกิดจากการเป็นไข้ สาเหตุดังกล่าวทำให้ร่างกายสร้างเสียชี่ประเภทเสมหะไปอุดกั้นตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย อาจมีอาการลมปราณไหลแปรปรวน ลมปราณเสียสมดุล และเกิดจากการเป็นไข้สูง ซึ่งมีผลให้ร่างกายเกิดการอุดตันจนทำให้เกิดอาการของโรคได้
 


  การวินิจฉัยทางแพทย์แผนจีน

    
    1.ลมและเสมหะอุดกั้นทวาร เกิดจากการมีลมจากตับ และเสมหะรบกวนการเดินของลมปราณ
    อาการทางคลินิก มีอาการพื้นฐาน คืออยู่ ๆ ก็หมดสติ มีน้ำลายฟูมปาก แขนขาเกร็ง ชักกระตุก
    ลักษณะลิ้น มีฝ้าขาวเหนียว
    ลักษณะชีพจร ชีพจรลื่น ตึง

    2.เสมหะร้อนรบกวนเสิน เป็นการที่เสมหะร้อนเกิดการอุดตันในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
    อาการทางคลินิก ล้มลงหมดสติไม่รู้ตัว แขนขากระตุกเกร็ง ร้องเสียงสูง หายใจหยาบ มีอาการฉุนเฉียว โมโห กระสับกระส่าย มักขากเสมหะแต่ขากไม่ออก คอแห้ง ปากขม ปัสสาวะสีเข้ม
    ลักษณะลิ้น ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองเหนียว
   
ลักษณะชีพจร ชีพจรลื่น เร็ว ตึง
   
    3.เกิดจากเลือดคั่ง โดยมากมักจะเกิดกับคนที่เคยประสบอุบัติเหตุมาก่อน
    อาการทางคลินิก ล้มหมดสติ แขนขาเกร็งกระตุก น้ำลายฟูมปาก
    ลักษณะลิ้น มีรอยจุดช้ำบนลิ้น


    4.หัวใจ และม้ามพร่อง
    อาการทางคลินิก โดยมากจะเกิดในช่วงของโรคสงบ จะมีอาการของลมชักทั่วไป แต่เนื่องจากอยู่ในระยะสงบ จึงไม่กำเริบ

    5.หัวใจและไตพร่อง
    อาการทางคลินิก ไม่มีอาการกำเริบ แต่จะมีอาการทางหัวใจ เช่น ใจสั่น มีอาการเอวขาอ่อนแรง
    ลักษณะลิ้น ลิ้นแดง ฝ้าน้อย
   
ลักษณะชีพจร ชีพจรละเอียดเร็ว
   
 


  การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน

   1.ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง ตามแต่ละอาการ เช่น 
    - อาการลมชักตามกลุ่มอาการลมและเสมหะอุดกั้นทวาร ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ ขจัดเสมหะ สงบลมเปิดทวาร หยุดอาการกระตุก หากมีความร้อนให้ยาขจัดร้อน ถ้ามีเลือดคั่งให้ยาช่วยไหลเวียนสลายเลือดคั่ง
    - อาการลมชักตามกลุ่มอาการเสมหะร้อนรบกวนเสิน ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ ลดร้อน ดับพิษไฟ ขับเสมหะ เปิดทวารให้โล่ง ทำให้เลือดลมไหลเวียน
    - อาการลมชักตามกลุ่มอาการเกิดจากเลือดคั่ง ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ เพิ่มการไหลเวียน สลายเลือดคั่ง สงบลม ทะลวงเส้นลมปราณ


   2.ฝังเข็มตามกลุ่มอาการ  ทำการฝังเข็มปรับสมดุลร่างกายตามแต่ละกลุ่มอาการ
    - อาการลมชักตามกลุ่มอาการหัวใจ และม้ามพร่อง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ บำรุงเลือดลม บำรุงม้าม บำรุงหัวใจ สงบเสิน
    - อาการลมชักตามกลุ่มอาการหัวใจ และไตพร่อง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ บำรุงหัวใจ บำรุงไต
   
 


 
       

 


  สมุนไพรบรรเทาอาการโรคลมชัก

    1.บัวบก ใบบัวบกจัดเป็นผักพื้นบ้านที่ทานกันมาก มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัวมีรสขมอมหวาน ในใบบัวบกมีสารอาหารมากมายโดยเฉพาะวิตามินบี ซึ่งมีผลในการช่วยบำรุงระบบประสาท และแก้อาการเหน็บชา จึงทำให้ระบบประสามส่วนควบคุมกล้ามเนื้อ และการเคลื่อนไหวทำงานดีขึ้นเป็นผลให้อาการลมชักลดลง วิธีการใช้ ใช้ใบบัวบกทานแกล้มน้ำพริก หรือนำใบทำเป็นน้ำปั่น

    2.ขนุน เป็นผลไม้พิ้นบ้านโดยมากนิยมกินผลแต่ในการแก้อาการลมชักจะใช้ใบขนุน โดยนำใบขนุนแก่ 5 - 10 ใบ มาต้มน้ำประมาณ 15 นาที ดื่มตอนเช้า และเย็น ครั้งละ 1 แก้ว ใบขนุนมีสรรพคุณลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยสงบประสาท ทำให้ระบบประสาทผ่อนคลาย ข้อควรระวัง การดื่มน้ำใบขนุนควรมีการวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะเพื่อป้องกันระดับน้ำตาลลดลงเร็ว
 


  การปฐมพยาบาลผู้ป่วยโรคลมชักเบื้องต้น

    โดยทั่วไปแล้วอาการของโรคลมชักจะเกิดขึ้นแค่ประมาณ 1 - 5 นาที ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะหมดสติ จึงควรประคองผู้ป่วยให้อยู่ในท่านอนตะแคง เพื่อให้น้ำลายไหลออกทางข้างปาก เพราะในผู้ป่วยหลายรายมักจะมีน้ำลายฟูมปากร่วมด้วย ควรนำหมอนหรือวัสดุนิ่มรองที่ศีรษะ ห้ามนำช้อนหรือสิ่งใดงัดปากผู้ป่วย เพราะวัสดุดังกล่าวอาจหลุดลงไปติดในลำคอ หรือหากแข็งไปอาจทำให้ฟันหักจนหลุดเข้าไปอุดลำคอ อุดหลอดลมจนเกิดอาการขาดอากาศหายใจจนเกิดการเสียชีวิตได้ หากเวลาผ่านไปสักช่วงหนึ่ง(ประมาณ 3 - 5 นาที)ผู้ป่วยไม่มีท่าทีจะหายจากอาการควรรีบนำผู้ป่วยไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยเร็วที่สุด

    ***ผู้ที่ทำการปฐมพยาบาลควรมีสติ อย่าตกใจ อย่าประหม่า ค่อย ๆ ทำการปฐมพยาบาลตามขั้นตอน
 


  คำแนะนำจากแพทย์

    1.ควรงดอาหารมัน ทอด ปิ้ง ย่าง
    2.ไม่ควรนอนดึก ไม่ควรนอนเกิน 5 ทุ่ม และควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
    3.ควรงดน้ำเย็น
    4.ควรดื่มน้ำอุณหภูมิห้องวันละ 3 ลิตรโดยใช้การจิบทุก ๆ 10 นาที 
 


  หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่น ๆ   






Current Pageid = 432