อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
Website Banner
     
 
 
 
    บทความสุขภาพ
 
     
   
 
เพิ่มความสูง
 
   
 
ออฟฟิศซินโดรม
 
   
 
ปวดศีรษะ,ไมเกรน
 
   
 
   
บทความความอ้วน
 
   
 
นอนไม่หลับ
 
   
 
กรดไหลย้อน

   
 
ปวดเอว
 
   
 
อัมพาตใบหน้าครึ่งซีก
 
   
 
    
 โรคปวดกระเพาะอาหาร


 
 
 
    
 อาการอาเจียน
 
 

 
    
บทความฝ้า
 
 

 
    
สิวเรื่องหนักใจบนใบหน้า
 
 
 
 
   
โรคภูมิแพ้ โรคของคนติดสะดวกสบาย
 
   
 
   
บทความหูอื้อ
 
   
 
   
บทความอาการไอ
 
   
 
   
หมอนรองกระดูกทับเส้น ฯ
 
   
 
   
โรคซึมเศร้า
 
   
 
   
โรคท้องผูก
 
   
 
   
อาการปวดประจำเดือน
 
   
 
   
อัมพฤกษ์ อัมพาต
 
   
 
   
ไขมันพอกตับ
 
   
 
   
โรคพาร์กินสัน
 
   
 
   
โรคสะเก็ดเงิน
 
   
 
   
ช็อกโกแลตซีสต์
 
   
 
   
โรคตับแข็ง
 
   
 
   
โรคเกาต์
 
   
 
   
ผมร่วง
 
   
 
   
โรคหอบ โรคหืด
 
   
 
   
เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
 
   
 
   
โรคงูสวัด
 
   
 
   
อาการตาแห้ง
 
   
 
   
โรคลมชัก
 
   
 
   
อาการอ่อนเพลีย
 
   
 
   
โรครูมาตอยด์
 
   
 
   
อาการเวียนศีรษะ
 
   
 
   
อาการไหล่ติด,ปวดไหล่
 
   
 
   
อาการใจสั่น
 
   
 
   
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
 
   
 
   
อาการต้อกระจก
 
   
 
   
อาการไอร้อยวัน
 
   
 
   
โรคทางต่อมไทรอยด์
 
   
 
   
เนื้องอกในมดลูก
 
   
 
   
อาการสะอึก
 
   
 
   
ความดันโลหิตต่ำ
 
   
 
   
ภาวะมีบุตรยาก
 
 
 
 
   
ถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
 
   
 
  อาการเจ็บคอ
 
   
 
  เสื่อมสมรรถภาพในผู้ชาย
 
   
 
  อาการวัยทอง
 
   
 
  อาการท้องเสีย
 
   
 
  อาการนิ้วล็อก
 
   
 
  อาการไส้เลื่อน
 
   
 
  อาการริดสีดวงทวาร
 
   
     

 

 
 
    บทความอื่น ๆ
 
 

 
ฝังเข็มวิธีการระดับโลกที่กรมอนามัยโลกรับรอง
 
   
 

 
การแพทย์จีนความเชื่อมั่นที่ยาวนานกว่า 5000ปี 
 
   
 
เก๋ากี๋ยาอายุวัฒนะ 3000ปี

   
 
ล้างพิษตับของดีที่คนโจมตี
 
   
 

อาการปัสสาวะติดขัด
 
   
   
     
   :: สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ ::  
 
 
   
 
 
 
 
โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศชาย
(Erectile Dysfunction  , 阳痿)






      โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศชาย (erectile dysfunction) หรือ อี.ดี. หมายถึง สภาวะที่องคชาติของผู้ชายไม่แข็งตัว หรือแข็งตัวไม่นานพอที่จะสามารถทำกิจกรรมทางเพศจนสำเร็จ หรืออาจจะไม่มีอารมณ์ทางเพศใด ๆ เลย ในทางแพทย์แผนจีนเรียกโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศชายนี้ว่า หยางเหว่ย (阳痿) หมายถึง อวัยวะเพศชายไม่สามารถตั้งตรง หรือตั้งตรงแต่ไม่แข็งตัว หรือแข็งตัวไม่นาน หรือขณะปฏิบัติการทางเพศจะเกิดการอ่อนตัว ภาวะนี้ไม่รวมถึงคนสูงอายุ ซึ่งธรรมชาติของร่างกาย เสื่อมถอย และมีสมรรถภาพทางเพศน้อยลงเป็นธรรมชาติ
 
 
                                                                                                                                                                                                           
  สาเหตุการเกิดโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

    1. ความเครียด เมื่อร่างกายเกิดความเครียด หรือสภาพอารมณ์ไม่ปกติ จะทำให้ร่างกายเกิดสารพิษจนเกิดความผิดปกติต่อร่างกาย และจิตใจจนทำให้อารมณ์ทางเพศไม่สมบูรณ์ได้
 
    2. การเปลี่ยนแปลงระดับของฮอร์โมน เนื่องจากร่างกายมีฮอร์โมนมากมายหลายชนิด ฮอร์โมนบางชนิดมีผลต่อสมรรถภาพทางเพศ การที่ฮอร์โมนเกิดการเปลี่ยนแปลง มีหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด อาหารการกิน การนอนหลับพักผ่อน

    3. ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เนื่องจากผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานมักจะมีอาการหลอดเลือดแข็ง หรือตีบตันทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่ปกติทำให้เลือดไหลเวียนไปยังอวัยวะเพศไม่เต็มที่ ทำให้เกิดโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้

    4. การผ่าตัดต่อมลูกหมาก หรือผ่าตัดมดลูก การผ่าตัดเหล่านี้มีผลกระทบกระเทือนต่อระบบสืบพันธุ์ไม่มากก็น้อย ซึ่งในบางกรณีอาจกระทบเส้นประสาทหรือส่วนควบคุมอารมณ์ทางเพศ ทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพได้

    5. ความอ้วน จัดเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการเสื่อมสมรรถภาพเพราะความอ้วนจะทำให้เลือดและการไหลเวียนของชี่เกิดความผิดปกติ นอกจากนี้ความอ้วนยังเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคความดันและเบาหวานซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศด้วย

    6. พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา การไม่ได้ออกกำลังกาย และอื่น ๆ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้มีผลต่อร่างกาย และมีผลต่อสมรรถภาพทางเพศด้วย  
 


  มุมมองเรื่องเพศในทรรศนะแพทย์แผนจีน

    ความต้องการทางเพศและการสืบพันธุ์เป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ สมรรถภาพทางเพศและความสามารถในการสืบพันธุ์ขึ้นอยู่กับอวัยวะภายใน การแพทย์แผนจีนสมัยโบราณเชื่อว่า เหตุแห่งการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศนั้น มีสาเหตุมาจากการตรากตรำงานหนัก, ไตพร่อง และตับทำงานผิดปกติ เมื่อตับทำงานผิดปกติ มีผลต่ออาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศด้วย เพราะตับควบคุมเส้นเอ็น และเพราะว่า”เส้นลมปราณของตับ”มีเส้นทางไหลเวียนผ่านบริเวณอวัยวะเพศ และควบคุมกิจกรรมเกี่ยวกับเพศด้วย หากเส้นเอ็นผิดปกติ ย่อมส่งผลถึงอวัยวะเพศชาย และหากไม่สามารถส่งพลัง”ชี่”ไปบำรุงเลี้ยงอวัยวะเกี่ยวกับเพศตามที่เส้นลมปราณของตับพาดผ่าน อวัยวะเหล่านั้นย่อมอ่อนแรง และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในที่สุด ส่วนไตมีหน้าที่สำคัญหลายประการ แต่หน้าที่หนึ่งที่สำคัญมากก็คือ เป็นที่เก็บสะสมสารจำเป็นแห่งชีวิต คือสาร ”จิง”  精 และพลัง ”ชี่”  气 สาร "จิง" ของระบบสืบพันธุ์ ทำหน้าที่เกี่ยวกับความสามารถในการสืบพันธุ์ ทั้งหลาย และทำหน้าที่เกี่ยวกับความเจริญเติบโตของร่างกายอีกด้วย ส่วนสาร"จิง"ของอวัยวะภายใน เป็นสารพื้นฐานที่ใช้หล่อเลี้ยงอวัยวะภายในในระบบต่างๆให้สามารถทำงานได้ ส่วนพลัง "ชี่" ของไต ทำให้อวัยวะภายในระบบต่างๆทำงาน เมื่อใดที่พลัง "ชี่" ของไตพร่อง จะทำให้อวัยวะภายในทำงานผิดปกติ เกิดเป็นความเจ็บป่วยในลักษณะต่างๆ ความสมบูรณ์ของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กจึงอยู่ที่ความสมบูรณ์ของ "จิง-ชี่" การแก้ไขความผิดปกติของพัฒนาการ จึงแก้ไขด้วยการบำรุงไตเป็นสำคัญ

    ตามหลักการแพทย์แผนจีน "เทียนกุ่ย" 天癸 จะเป็นตัวกำหนดความสามารถและพัฒนาการเกี่ยวกับเพศทั้งในชายและหญิง ทั้งในด้านสรีระที่เกี่ยวข้องกับเพศ ความสามารถในการสืบพันธุ์ และสมรรถภาพทางเพศ เมื่อเด็กชายอายุประมาณ 16 และหญิงอายุ 14 พลัง "ชี่" ของไตจะเต็มเปี่ยม และด้วยพลัง "ชี่" ของไตที่สมบูรณ์ ทำให้เกิด"เทียนกุ่ย" ขึ้น ในเพศชาย อิทธิพลจากเทียนกุ่ยทำให้มีลูกอัณฑะโตขึ้น มีลูกกระเดือก เสียงห้าว และมีอสุจิ ในเพศหญิง เทียนกุ่ยทำให้เต้านมขยาย รูปร่างอวบ แคมเล็กและช่องคลอดโตขึ้น มีประจำเดือน และสามารถตั้งครรภ์ได้ เทียนกุ่ยจึงเทียบได้กับฮอร์โมนเพศนี่เอง เมื่อมีเทียนกุ่ย จึงมีสรีระที่พร้อม มีสมรรถภาพทางเพศ และมีความสามารถในการสืบพันธุ์ต่อไป เมื่อเทียนกุ่ยหมดสิ้นลง ความสามารถในการสืบพันธุ์ก็หมดลง และเมื่อสาร"จิง"หมด ชีวิตก็สิ้นสุดลงเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การแพทย์แผนจีนในสมัยใหม่ ค้นพบเพิ่มเติมว่า ยังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ พบว่า ม้าม หัวใจ และอารมณ์ และยังมีทุนที่มีแต่กำเนิด (พลังไตที่มาแต่กรรมพันธุ์)  มีเพศสัมพันธ์ที่มากเกินไป ในขณะที่เป็นวัยรุ่นมีการสำเร็จความใคร่มากเกินไป ความเครียดเรื้อรังยาวนาน คิดวิตกกังวลเกินไปเป็นเวลายาวนาน อารมณ์หงุดหงิด เก็บกดยาวนาน กินอาหารเผ็ด มัน ดื่มเหล้า ทำให้เกิดความร้อนชื้นสะสมอุดกั้นส่วนล่าง ล้วนมีผลต่อโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศอีกด้วย
 





  ข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ในทรรศนะแพทย์จีน

    1."เพศสัมพันธ์" เป็นสิ่งที่ขาดมิได้ แต่มากเกินก็ไม่ได้ การไม่มีเพศสัมพันธ์เลยจะทำให้เกิดความเก็บกดหรืออารมณ์ซึมเศร้าได้ แต่เมื่อบ่อยเกินไปก็ทำลายไต ทำให้พลังของไตเสื่อมถอยเร็ว เมื่อพลังของไตเสื่อมถอยเร็วก็อาจจะทำให้กระดูกเสื่อมไว แก่ไว ผมขาวไว หรือความจำไม่ค่อยดีได้

    2.การมีเพศสัมพันธ์ หรือการแต่งงานไม่ควรเร็วเกินไป เนื่องจากการเจริญเติบโตและ พัฒนาการของร่างกายเกี่ยวกับฮอร์โมน หรือพลังไตจะสมบูรณ์ถึงขีดสูงสุด ถ้ามีเพศสัมพันธ์ในขณะที่การพัฒนาของไตไม่ถึงขีดสุด หรือมีครอบครัว, มีลูก เร็วกว่าวัยอันควร จะมีผลระยะยาวต่อการเสื่อมถอยเมื่อช่วงบั้นปลาย ทำให้แก่เร็ว

    3.ควรงดการมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุมาก เรื่องเพศเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตพัฒนาการ การเสื่อมถอย เป็นกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติ การแต่งงานเร็ว การมีบุตร เร็วเป็นสิ่งไม่สมควร ขณะเดียวกันเมื่ออายุแก่ชรายินของร่างกายหดแห้ง สมรรถภาพทางเพศเริ่มถดถอย บางครั้งการฝืนสังขารมีเพศสัมพันธ์ ทำให้ไม่สามารถหลั่งขณะร่วมเพศ มีการกระทบต่อร่างกายอย่างรุนแรง ทำให้ปัสสาวะขัด ปัสสาวะลำบาก และปวด
 


  ปัญหาความพอดีในเรื่อง "เพศสัมพันธ์" กับสุขภาพที่ดี

    พลังไตเป็นพลังพื้นฐานของอวัยวะภายในทั้งปวง ซึ่งควบคุมการทำงานต่างๆ ของร่างกายทั้งหมด แพทย์แผนจีนถือว่าเพศสัมพันธ์เป็นกิจกรรมที่ขาดเสียมิได้ แต่ก็ไม่ควรมากเกินไป ปัญหาคือความสมดุลหรือความพอดีในแต่ละบุคคลแต่ละวัยคืออะไร การจัดการความสมดุลในเรื่องเพศจึงเป็นปัญหาสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ซุ่นซือเหมี่ยว แพทย์จีนผู้มีชื่อเสียงได้กล่าวไว้ว่า ภายใต้ภาวะปกติทางสรีระของคนทั่วไป

    คนอายุ 20-29 ปี ควรควบคุมการหลั่งอสุจิ 4 วัน ต่อ 1 ครั้ง
    คนอายุ 30-39 ปี ควรควบคุมการหลั่งอสุจิ 8 วัน ต่อ 1 ครั้ง
    คนอายุ 40-49 ปี ควรควบคุมการหลั่งอสุจิ 16 วัน ต่อ 1 ครั้ง
    คนอายุ 50-59 ปี ควรควบคุมการหลั่งอสุจิ 21 วัน ต่อ 1 ครั้ง
    คนอายุ 60-69 ปี ควรควบคุมการหลั่งอสุจิ 30 วัน ต่อ 1 ครั้ง (ถ้าร่างกายอ่อนแอไม่ควรหลั่งอสุจิ)

    อย่างไรก็ตามสภาพร่างกายแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน คนที่แข็งแรง สุขภาพดีมาก อาจมีความถี่ในการหลั่งได้มากกว่าที่กำหนด โดยการสังเกตง่ายๆ ถ้าหลังมีเพศสัมพันธ์ วันรุ่งขึ้นรู้สึกอ่อนเพลีย เอว เข่าอ่อนแรง มึนศีรษะ แสดงว่า มีการหลั่งบ่อยเกินไป โดยทั่วไป คนวัยหนุ่มที่แข็งแรงสามารถหลั่งได้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ วัยกลางคนสามารถหลั่งอสุจิได้ประมาณ 1 ครั้งต่อสัปดาห์ คนสูงอายุต้องระมัดระวัง ต้องพยายามควบคุมการหลั่งประมาณ 15-30 วันต่อครั้ง แพทย์แผนจีนเชื่อว่า การมีเพศ สัมพันธ์ที่มากเกินไป โดยเฉพาะในคนสูงอายุจะทำให้อวัยวะเพศฝ่อลีบเร็วขึ้น ทำลายสมอง ทำให้สมองและระบบประสาทเสื่อมเร็วขึ้นอีกด้วย 
 


 
สาเหตุที่ทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของผู้ชายในทรรศนะแพทย์แผนจีน

    1.ไฟมิ่งเหมินอ่อนแอ
    อาการทางคลินิก : “ไฟมิ่งเหมิน” คือหยางของไต ความอ่อนแรงของไฟมิ่งเหมินก็คือสภาพผิดปกติที่เกิดจาก หยางของไตพร่องอย่างรุนแรง ทำให้ไตไม่สามารถสร้างความอบอุ่นให้กับทั่วร่างกายให้เริ่มทำกิจกรรมของแต่ละอวัยวะนั้นๆ ส่งผลให้ระดับกิจกรรมของอวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ รวมไปถึงกิจกรรมทางเพศด้วย เกิดขึ้นจาก การมีเพศสัมพันธ์มากเกินไป ช่วยตัวเองบ่อยเกินไป ล้วนเป็นเหตุให้ สารจำเป็น"จิง" และเลือดสูญเสีย ซึ่งก็คือการสูญเสีย"หยาง"ของไต ซึ่งนำไปสู่การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ มีอาการรุนแรง อวัยวะเพศไม่สามารถตั้งตรง น้ำอสุจิบางใสเย็น ร่วมกับอาการเวียนศีรษะ เสียงดังในหู กลัวหนาวมือเท้าเย็น เมื่อยเอวเข่าอ่อน ใบหน้าซีดขาว เหนื่อยล้าอ่อนแรง ปัสสาวะใสปริมาณมาก ปัสสาวะบ่อยครั้งในช่วงกลางคืน
    ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดอ้วนฝ้าขาวบาง
    ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมเล็กละเอียด

    2.หัวใจและม้ามพร่อง 
    อาการทางคลินิก : มีอวัยวะเพศไม่แข็งตัวร่วมกับใจสั่น นอนไม่หลับฝันเยอะ อ่อนเพลียไม่มีแรง ตกใจง่าย สีหน้าเหลืองและห่อเหี่ยว เบื่ออาหารทานอาหารได้น้อย ท้องอืดแน่นท้อง อุจจาระเหลว 
    ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดฝ้าเหลืองขาว
    ลักษณะชีพจร : ชีพจรเล็กละเอียดอ่อนแอ

    3.พลังตับอุดกั้น 
    อาการทางคลินิก : มีอวัยวะเพศไม่แข็งแรงร่วมกับไม่สบายในทรวงอก อารมณ์ไม่เบิกบาน ชอบเรอ ปวดแน่นตรงชายโครงและทรวงอก คอขม คอแห้ง ในคอมีความรู้สึกเหมือนมีวัตถุแปลกปลอมจุกที่คอ (กลืนไม่เข้าคายไม่ออก) เบื่ออาหารทานอาหารได้น้อย ถ่ายเหลว 
    ลักษณะลิ้น : ฝ้าบางขาว 
    ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึง
    4.ตกใจกลัวทำให้ไตถูกกระทบ  
    อาการทางคลินิก : เนื่องจากอารมณ์กลัว ตกใจ จะมีผลกระทบต่อพลังไต ผู้ป่วยที่มีอาการอวัยวะเพศไม่แข็งตัว ภายหลังเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ตกใจกลัว เป็นคนหวาดระแวง บางครั้งได้ยินเสียงดังแล้วตกใจ  ฝันตกใจตื่นกลัว 
    ลักษณะลิ้น : ฝ้าขาวบาง 
    ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงเล็กละเอียด

    5.เส้นลมปราณตับร้อนชื้นอุดกั้นส่วนล่าง 
    อาการทางคลินิก : มีอวัยวะเพศไม่แข็งแรง คันบริเวณหนังหุ้มอัณฑะ ปัสสาวะมีสีเหลือง ปวดเวลาปัสสาวะ หงุดหงิด โมโหง่าย คอแห้ง ปากขม ปวดชายโครง ท้องน้อย ลูกอัณฑะปวดบวม 
    ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงฝ้าสีเหลืองเหนียว 
    ลักษณะชีพจร : ชีพจรลื่นเร็ว
 
 




  หลักการรักษาทางแพทย์แผนจีน

    1.ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง ตามแต่ละอาการ  
    - อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศตามกลุ่มอาการไฟมิ่งเหมินอ่อนแอ ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ อุ่นบำรุงไฟมิ่งเหมิน อบอุ่นไตทำให้หยางแข็งแรง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
    - อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศตามกลุ่มอาการหัวใจและม้ามพร่อง ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ บำรุงหัวใจ ม้าม บำรุงเลือด บำรุงพลัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
    - อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศตามกลุ่มอาการพลังตับอุดกั้น ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ ระบายตับ คลายความอุดกั้น เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

    2.ฝังเข็มตามกลุ่มอาการ ทำการฝังเข็มปรับสมดุลร่างกายตามแต่ละกลุ่มอาการ
    - อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศตามกลุ่มอาการไตถูกกระทบ  ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ บำรุงไต สงบอารมณ์จิตประสาท เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
    - อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศตามกลุ่มอาการเส้นลมปราณตับร้อนชื้นอุดกั้นส่วนล่าง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ ขับระบายความร้อนชื้นส่วนล่าง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
 
 
 



  สมุนไพรบำรุงสมรรถภาพทางเพศ

    1.กระชาย หรือกระชายดำ ในกระชายมีสรรพคุณช่วยบำรุงไต บำรุงตับ ซึ่งในทางแพทย์แผนจีนมองว่าไต ตับ เป็นอวัยวะในร่างกายที่เกี่ยวกับเพศ ช่วยให้ความต้องการทางเพศเกิดความสมดุล นอกจากนี้กระชายยังมีสรรพคุณทำให้เลือดลมไหลเวียนดี จึงช่วยให้อวัยวะเพศชายสามารถแข็งตัวได้ง่ายขึ้น วิธีการใช้ล้างให้สะอาดทานสด หรือทานเป็นกับข้าวก็ได้

    2.เก๋ากี้ ในตัวเก๋ากี้มีสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะสารโพลีแซคคาไรด์ซึ่งสารดังกล่าวนี้มีหน้าที่ในการฟื้นฟูสภาพเซลให้ ฟื้นคืนสภาพได้ดี บำรุงตับไต และช่วยในการบำรุงสร้างโลหิต ทำให้ระบบโลหิตทำงานได้ดีขึ้น จึงเหมาะแก่การทานเพื่อบำรุง และปรับสมดุลสมรรถภาพทางเพศ วิธีการใช้ทานสด หรือสามารถต้มเป็นแกงจืด หรือชงเป็นชาดื่มก็ได้

    3.กระเทียม สมุนไพรเครื่องเทศสามัญประจำบ้าน โดยทั่วไปผู้คนมักจะรู้จักกระเทียมที่มีสรรพคุณในการต่อต้านเชื้อโรค เสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย นอกจากนี้กระเทียมมีสรรพคุณช่วยการไหลเวียนในเส้นเลือด ช่วยลดไขมันที่เกาะตามผนังหลอดเลือด จึงมีส่วนช่วยให้อวัยวะเพศชายเกิดความสมดุลวิธีการใช้ล้างให้สะอาดทานสด หรือเป็นส่วนประกอบอาหารทานเป็นกับข้าวก็ได้

    4.กล้วยหอม ผลไม้หาทานง่ายแต่สรรพคุณมากมาย กล้วยหอมเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารมากมายโดยเฉพาะโพแทสเซียม และวิตามินบี ซึ่งมีผลช่วยบำรุงระบบประสาท และช่วยทำให้สมรรถภาพทางเพศเกิดความสมดุล
 






  คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

    1.ดื่มน้ำอุณหภูมิปกติวันละ 3 ลิตร โดยใช้การจิบตลอดทั้งวัน
    2.นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนระหว่าง 22.00 - 06.00 น.
    3.ทานอาหารให้หลากหลาย และควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
    4.ทำอารมณ์ให้แจ่มใส งดอารมณ์ด้านลบ เช่น โกรธ เศร้า และอื่น ๆ
    5.ไม่ควรมีกิจกรรมทางเพศมากเกินไป 
   
 


     


     


     


     


     


     






















Current Pageid = 457