หูอื้อ
Website Banner
     
 
 
 
    บทความสุขภาพ
 
     
   
 
เพิ่มความสูง
 
   
 
ออฟฟิศซินโดรม
 
   
 
ปวดศีรษะ,ไมเกรน
 
   
 
นอนไม่หลับ
 
   
 
กรดไหลย้อน

   
 
ปวดเอว
 
   
 
อัมพาตใบหน้าครึ่งซีก
 
   
 
    
 โรคปวดกระเพาะอาหาร


 
 
 
    
 อาการอาเจียน
 
 

 
    
บทความฝ้า
 
 

 
    
สิวเรื่องหนักใจบนใบหน้า
 
 
 
 
   
โรคภูมิแพ้ โรคของคนติดสะดวกสบาย
 
   
 
   
บทความหูอื้อ
 
   
 
   
บทความอาการไอ
 
   
 
   
หมอนรองกระดูกทับเส้น ฯ
 
   
 
   
บทความความอ้วน
 
   
 
   
โรคซึมเศร้า
 
   
 
   
โรคท้องผูก
 
   
 
   
อาการปวดประจำเดือน
 
   
 
   
อัมพฤกษ์ อัมพาต
 
   
 
   
ไขมันพอกตับ
 
   
 
   
โรคพาร์กินสัน
 
   
 
   
โรคสะเก็ดเงิน
 
   
 
   
ช็อกโกแลตซีสต์
 
   
 
   
โรคตับแข็ง
 
   
 
   
โรคเกาต์
 
   
 
   
ผมร่วง
 
   
 
   
โรคหอบ โรคหืด
 
   
 
   
เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
 
   
 
   
โรคงูสวัด
 
   
 
   
อาการตาแห้ง
 
   
 
   
โรคลมชัก
 
   
 
   
อาการอ่อนเพลีย
 
   
 
   
โรครูมาตอยด์
 
   
 
   
อาการเวียนศีรษะ
 
   
 
   
อาการไหล่ติด,ปวดไหล่
 
   
 
   
อาการใจสั่น
 
   
 
   
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
 
   
 
   
อาการต้อกระจก
 
   
 
   
อาการไอร้อยวัน
 
   
 
   
โรคทางต่อมไทรอยด์
 
   
 
   
เนื้องอกในมดลูก
 
   
 
   
อาการสะอึก
 
   
 
   
ความดันโลหิตต่ำ
 
   
 
   
ภาวะมีบุตรยาก
 
 
 
 
   
ถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
 
   
     
     

 

 
 
    บทความอื่น ๆ
 
 

 
ฝังเข็มวิธีการระดับโลกที่กรมอนามัยโลกรับรอง
 
   
 

 
การแพทย์จีนความเชื่อมั่นที่ยาวนานกว่า 5000ปี 
 
   
 
เก๋ากี๋ยาอายุวัฒนะ 3000ปี

   
 
ล้างพิษตับของดีที่คนโจมตี
 
   
 

อาการปัสสาวะติดขัด
 
   
   
     
   :: สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ ::  
 
 
   
 
 
 
 


อาการหูอื้อ มีเสียงในหู เส้นประสาทหูเสื่อม

耳鸣 ,  耳聋

  


      “หูอื้อ-หูแว่ว มีเสียงในหู” เป็นอีกโรคหนึ่งที่แม้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ถึงกับทำให้ล้มหายตายจาก แต่ก็เป็นโรคที่สร้างความรำคาญให้กับเจ้าของหูอยู่ไม่น้อย เพราะมักจะมีเสียงในหูลักษณะเหมือนเสียงสายลม หรือเสียงจั๊กจั่นอยู่ในหูผิดไปจากธรรมชาติที่ควรจะเป็น ที่สำคัญคืออาการหูอื้อจะส่งผลทำให้ความสามารถในการฟังลดลงไปจากเดิมด้วย

 

   หูอื้อ มีเสียงในหู คืออะไร

    อาการหูอื้อและหูหนวกเป็นความผิดปกติของการได้ยิน มีสาเหตุจากโรคต่างๆ อาการหูอื้อจะมีเสียงความถี่สูงคล้ายเสียงแมลง เสียงคลื่นทะเล หรือเสียงความถี่ต่ำคล้ายเสียงเครื่องจักรในหู มีเสียงหวีดในหู ส่วนอาการหูหนวก จะเป็นอาการสูญเสียการได้ยินอย่างสิ้นเชิง ทั้งสองอาการมีความคล้ายคลึงกันในด้านสาเหตุของโรค ศาสตร์การแพทย์แผนจีนเรียกกลุ่มอาการนี้ว่า “ เอ่อร์หมิง  (耳鸣 ) , เอ่อร์หลง ( 耳聋 ) ”
 

  สาเหตุการเกิดโรค

    1.เกิดจากลมภายนอกเข้ากระทํา ลมภายนอกจะทําให้เกิดการอุดกั้นของทวารหู (รูหู) เช่น เป็นหวัด

    2.ไฟที่ตับและไฟที่ถุงน้ำดีที่มากเกินไป ไฟ(ความร้อน)มีทิศทางขึ้นสู่เบื้องบน ทําให้เกิดการอุดกั้นของการกระจายชี่ ในเส้นลมปราณเส้าหยาง และเมื่อเรามีอารมณ์โกรธ หงุดหงิด ย่อมมีผลให้ไฟกำเริบทำให้เกิดการอุดตันยิ่งขึ้นไปอีก

    3.เสมหะและไฟ เกิดจากอารมณ์ เครียด โกรธ หงุดหงิด หรือการทานอาหารที่ทําให้เกิดการสะสมของเสมหะและ ความร้อนในร่างกาย

    4.ม้ามและกระเพาะอาหารพร่อง เกิดจากการรับประทานอาหารไม่สุก อาหารมีรสมัน หวาน รสจัด มากเกินไป และมีภาวะครุ่นคิดมาก

    5.สารจําเป็นของไตพร่อง
เกิดจากสุขภาพไตอ่อนแอแต่กําเนิด หรือป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่าง ๆ จนไตอ่อนแอ  อายุมาก พักผ่อนไม่พอ มีเพศสัมพันธ์มากเกินไป ทําให้จิงชี่ไม่สามารถขึ้นไปหล่อเลี้ยงทวารหูได้ 
 

      กล่าวคือ เมื่อการทำงานของ 3 อวัยวะคือ ไต ตับและถุงน้ำดี ไม่ปกติ ก็จะส่งผลกระทบกับเส้นลมปราณ ทำให้การทำงานของเส้นลมปราณไม่ดี ไม่คล่อง รวมทั้งทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดลมหรือระบบต่าง ๆ ติดขัดไม่สะดวก กระทั่งทำให้สิ่งภายนอกเข้ามาแทรกจนเกิดการเจ็บป่วย และมีผลกระทบกับการทำงาน ของหู เกิดมีเสียงแทรก เสียงแว่ว เกิดเสียงต่าง ๆ ขึ้นมาในหู  อย่างไรก็ตาม บางกรณีผู้ป่วยอาจจะเป็นมา ตั้งแต่เกิดก็เป็นได้ และในกรณีที่ไตเกิดอาการผิดปกติออย่างหนักคนไข้อาจมีอาการได้ยินเสียงทุกเสียงเป็นเสียงแก้วแตกซึ่งอาการนี้สร้างความทรมานให้แก่คนไข้เป็นอย่างมาก
 

  การวินิจฉัยแยกโรคตามกลุ่มอาการ

    1.ลมภายนอกเข้ากระทำ มักเริ่มจากการเป็นหวัดตามด้วยอาการหูอื้อ หูหนวกหรือรู้สึกแน่นตึงในหู ร่วมกับมีอาการปวดศีรษะ กลัวลม มีไข้ปากแห้ง ลิ้น แดง มีฝ้าขาวบางหรือเหลืองบางที่ลิ้น ชีพจร ลอยเร็ว

    2.ไฟตับและถุงน้ำดีที่มากเกินไป เมื่อมีอาการโกรธจะทำให้อาการทางหูมากขึ้น อาจมีอาการปวดหนักในหู ร่วมกับปวดศีรษะ หน้าแดง ขมในปาก คอแห้ง หงุดหงิด โมโหง่ายท้องผูก ลิ้นแดง ฝ้าเหลือง ชีพจรตึง เร็ว

    3.เสมหะและไฟ
มีเสียงความถี่สูงในหูคล้ายเสียงจักจั่น การได้ยินลดลง รวมกับวิงเวียนศีรษะ ตาลาย แน่นหน้าอก เสมหะมาก ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองเหนียว ชีพจรจะตึง ลื่น

    4.ม้ามและกระเพาะอาหารพร่อง
อาการเสียงดังในหูเป็นพัก ๆ ดังบ้างค่อยบ้าง ทานอาหารได้น้อย ท้องอืดแน่น มักถ่ายเหลว อาการจะเป็นมากขึ้นเมื่อตรากตรํา หากได้พักผ่อนอาการจะดีขึ้น ลิ้นซีด ฝ้าบางขา หรือเหนียวเล็กน้อย ชีพจร เล็กอ่อน

     5.สารจําเป็นของไตพร่อง การได้ยินลดลงเรื่อย ๆ จนไม่ได้ยิน อาการหูอื้อจะชัดเจนในเวลากลางคืน รวมกับนอนไม่หลับ วิงเวียนศีรษะ ปวดเมื่อยเอวและเข่าอ่อนแรง ลิ้นแดง ฝ้าน้อย หรือไม่มีฝ้าชีพจร เล็กตึง หรือ เล็ก อ่อน
 

  สมุนไพร และการกดจุดบรรเทาอาการ

    1.กระเทียมแก้หูอื้อลมออกหู เวลาลมออกหูหูอื้อไม่ว่าสาเหตุไหนก็ตาม โบราณท่านว่าให้เอากระเทียม 2 กลีบตำแล้วคั้นน้ำหยอดลงในหู ทิ้งไว้สักครู่อาการก็จะดีขึ้น แต่อย่าใส่หลายกลีบ อาจจะแสบจนหูอื้อ ตาลาย ได้ ทำวันละ 2-4 ครั้ง

    2.บีบจมูกและปิดปากให้สนิทเป่าลมออกหูทีละข้าง ปฏิบัติการเป่าลมออกหูแบบเบาๆไม่ทำรุนแรง สำหรับคนที่มีปัญหาการได้ยินลดลงให้ทำวันละ 7-10 ครั้ง

    3.ใช้ 3 นิ้วนวดที่บริเวณใบหูให้ทั่ว จากนั้นให้ดึงและกระตุกเบาๆ เพื่อกระตุ้นเลือดลมให้เดินสะดวก

    4.ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางถูไปมาบริเวณใบหูทั้งด้านหน้าและด้านหลังสลับกันเพื่อทำให้เกิดความอุ่นร้อน

    5.ฝังเข็มหูจุดทิงกง อยู่ตำแหน่งด้านหน้ากระบังหู ซึ่งการฝังเข็มจุดนี้ช่วยบรรเทาอาการผิดปกติของหู การได้ยิน ทำให้อาการหูอื้อ บรรเทาลง หรืออาจใช้วิธีนวดกดจุดบริเวณจุดนี้ก็ได้
 



  การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน
   
    1.ทานยาสมุนไพรจีนแคปซูลตามอาการ ซึ่งยาเหล่านี้ผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยไร้สารตกค้าง
   
    2.การฝังเข็ม จะใช้หลักการกระตุ้น การไหลเวียน ทะลวงเส้นลมปราณ เปิดทวาร เช่น ฝังจุด เอ่อร์หมิง . ทิงหุ้ย . หวานกู่เป็นต้น และฝังบำรุง ส่วนที่พร่อง
   
    3.การนวดกดจุดตามเส้นลมปราณ ไต ตับ ถุงน้ำดี
 

  คำแนะนำของแพทย์แผนจีน

    1.พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ที่จะทำ ให้เกิดอาการหูอื้อ เช่น สถานที่ๆมีเสียงดัง การใช้หูฟังที่มีเสียงดัง

    2.ระวังการใช้ยาที่เป็นพิษ ต่อประสาทหูเช่น ไม่ควรซื้อยาหยอดหูมาใช้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

    3.หลีกเลี่ยงการติดเชื้อของหูหรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนเช่น หวัด ไม่ควรสั่งน้ำมูกแรง   
    4. ลดอาหารเค็มหรือเครื่องดื่มบางประเภทที่มีสารกระตุ้นประสาท เช่น กาแฟ ชา เครื่องดื่มน้ำอัดลม (มีสารคาเฟอีน) งดสูบบุหรี่ (มีสารนิโคติน)

    5.พยายามออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความเครียด วิตกกังวล

    6.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

     การดูแลหูให้อยู่ในสภาพปกติและสามารถใช้งานได้ดีอยู่เสมอ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพหูที่ดี 
 

     หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่น ๆ    




Current Pageid = 362