ช็อกโกแลตซีสต์
Website Banner
     
 
 
 
    บทความสุขภาพ
 
     
   
 
เพิ่มความสูง
 
   
 
ออฟฟิศซินโดรม
 
   
 
ปวดศีรษะ,ไมเกรน
 
   
 
    
บทความความอ้วน
 
   
 
    
ลดริ้วรอย ผิวหมองคล้ำ
 
   
 
นอนไม่หลับ
 
   
 
กรดไหลย้อน

   
 
ปวดเอว
 
   
 
อัมพาตใบหน้าครึ่งซีก
 
   
 
     โรคปวดกระเพาะอาหาร


 
 
 
    
 อาการอาเจียน
 
 

 
    
บทความฝ้า
 
 

 
    
สิวเรื่องหนักใจบนใบหน้า
 
 
 
 
    โรคภูมิแพ้ โรคของคนติดสะดวกสบาย
 
   
 
     บทความหูอื้อ
 
   
 
     บทความอาการไอ
 
   
 
     หมอนรองกระดูกทับเส้น ฯ
 
   
 
     โรคซึมเศร้า
 
   
 
     โรคท้องผูก
 
   
 
     อาการปวดประจำเดือน
 
   
 
     อัมพฤกษ์ อัมพาต
 
   
 
    ไขมันพอกตับ
 
   
 
     โรคพาร์กินสัน
 
   
 
     โรคสะเก็ดเงิน
 
   
 
     ช็อกโกแลตซีสต์
 
   
 
    โรคตับแข็ง
 
   
 
    โรคเกาต์
 
   
 
    ผมร่วง
 
   
 
    โรคหอบ โรคหืด
 
   
 
    เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
 
   
 
    โรคงูสวัด
 
   
 
    อาการตาแห้ง
 
   
 
    โรคลมชัก
 
   
 
    อาการอ่อนเพลีย
 
   
 
    โรครูมาตอยด์
 
   
 
    อาการเวียนศีรษะ
 
   
 
    อาการไหล่ติด,ปวดไหล่
 
   
 
    อาการใจสั่น
 
   
 
     กล้ามเนื้ออ่อนแรง
 
   
 
    อาการต้อกระจก
 
   
 
    อาการไอร้อยวัน
 
   
 
    โรคทางต่อมไทรอยด์
 
   
 
    เนื้องอกในมดลูก
 
   
 
     อาการสะอึก
 
   
 
    ความดันโลหิตต่ำ
 
   
 
    ภาวะมีบุตรยาก
 
 
 
 
    ถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
 
   
 
    อาการเจ็บคอ
 
   
 
    เสื่อมสมรรถภาพในผู้ชาย
 
   
 
    อาการวัยทอง
 
   
 
    อาการท้องเสีย
 
   
 
    อาการนิ้วล็อก
 
   
 
  อาการไส้เลื่อน
 
   
 
    อาการริดสีดวงทวาร
 
   
 
 
อาการปัสสาวะติดขัด
 
   
 
 
ไซนัสอักเสบ
 
   

 

 
 
    บทความอื่น ๆ
 
 

 
ฝังเข็มวิธีการระดับโลกที่กรมอนามัยโลกรับรอง
 
   
 

 
การแพทย์จีนความเชื่อมั่นที่ยาวนานกว่า 5000ปี 
 
   
 
เก๋ากี๋ยาอายุวัฒนะ 3000ปี

   
 
ล้างพิษตับของดีที่คนโจมตี
 
   
 

อาการปัสสาวะติดขัด
 
   
   
     
   :: สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ ::  
 
 
   
 
 
 
 

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือช็อกโกแลตซีสต์

(Endometriosis ,Chocolate Cyst ,子宫内膜异位症 )






      เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ หรือช็อกโกแลตซีสต์ ( Chocolate Cyst ) หรือถุงน้ำช็อกโกแลต (子宫内膜异位症) จัดเป็นโรคที่สร้างความทรมานแก่ผู้หญิงหลาย ๆ คน ในบางรายมีอาการปวดท้องมากเมื่อมีประจำเดือน บางรายเกิดภาวะมีบุตรยาก บางรายมีอาการเจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งโรคนี้จัดเป็นโรคที่ผู้หญิงทุกคนมีโอกาสเป็นได้ การรักษาสุขภาพร่างกายของผู้หญิงจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง

    เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือช็อกโกแลตซีสต์ คือถุงน้ำของรังไข่ชนิดหนึ่ง ซึ่งลักษณะของถุงน้ำชนิดนี้ ภายในจะมีของเหลวที่คล้ายกับช็อกโกแลตเหลวข้น ซึ่งถุงนี้ คือเยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกออกเมื่อครบรอบเดือน โดยปกติแล้วเมื่อผู้หญิงมีประจำเดือน ร่างกายจะมีกลไกในการกำจัดเลือด และเยื่อบุโพรงมดลูกดังกล่าวออกทางช่องคลอดในรูปแบบประจำเดือน แต่ผู้หญิงบางคนที่ร่างกายผิดปกติ หรือไม่แข็งแรง ประจำเดือนดังกล่าวอาจมีการไหลย้อนกลับเข้าไปในมดลูก หรือขับออกไม่หมด เมื่อประจำเดือน หรือเยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกออก ตกค้าง หรือไหลกลับเข้าไปในรังไข่ จะก่อตัวเป็นถุงน้ำซึ่งเป็นที่สะสมของเซลล์ รวมถึงเลือดประจำเดือนที่มีการสะสมอยู่นานจะกลายเป็นเลือดเก่า ที่มีความเข้มข้น จึงมีลักษณะเหมือนน้ำช็อกโกแลต

    เยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญผิดที่เหล่านี้ อาจจะกระจายเกาะอยู่ตามอุ้งเชิงกราน ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังจนเกิดพังผืดขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะมีบุตรยาก นอกจากนี้ยังอาจจะแทรกตัวเข้าไปในชั้นกล้ามเนื้อของผนังมดลูกเกิดภาวะมดลูกโต (Adenomyosis) ทำให้เกิดอาการปวดประจำเดือน และเลือดประจำเดือนออกมากได้
 


  สาเหตุของการเกิดช็อกโกแลตซีสต์

   
เมื่อเยื่อบุโพรงมดลูกลอกออกมาเป็นเป็นประจำเดือนแล้ว ก็จะไหลออกทางโพรงมดลูก โดยมดลูกจะบีบตัวทำให้ประจำเดือน ไหลลงข้างล่างผ่านทางช่องคลอดออกมานอกร่างกาย แต่บางครั้งก็ไม่ได้เป็นปกติเช่นนั้น ซึ่งเป็นสาเหตุของการ เกิดช็อกโกแลตซีสต์ โดยเชื่อว่ามีอยู่ 4 สาเหตุด้วยกัน คือ  

    1.เกิดจากการไหลย้อนกลับของเยื่อบุโพรงมดลูก บางจังหวะที่มดลูกบีบตัว แทนที่ประจำเดือนจะไหลลงข้างล่างเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ก็ไหลย้อนกลับออกไปทางปลายท่อนำไข่และไปเกาะอยู่ตามบริเวณต่างๆของช่องท้องรวมทั้งยังอาจไปเกาะอยู่ที่กระเพาะปัสสาวะก็ได้

    2.เกิดจากการไหลไปตามเส้นเลือดหรือหลอดน้ำเหลือง บางครั้งพบว่ามีเยื่อบุโพรงมดลูกไปเกาะอยู่ตามอวัยวะต่าง ๆ ที่อยู่ห่างไกลจากมดลูก จึงเชื่อว่าอาจจะไหลไปตามเส้นเลือด ก่อให้เกิดเป็นภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ตามมา แต่สาเหตุนี้จะพบไม่บ่อยมาก

    3.เกิดจากความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ โดยเชื่อว่าเกิดจากการเจริญเติบโตของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ขึ้นเอง เช่น เนื้อเยื่อที่จะแยกไปเป็นผิวหนังหรือส่วนต่างๆโตผิดตำแหน่ง และกลายเป็นช็อกโกแลตซีสต์ เป็นต้น

 4.เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในเยื่อบุช่องท้อง ปัจจัยทางด้านฮอร์โมนอาจส่งผลให้เซลล์ในเยื่อบุช่องท้องเปลี่ยนแปลงและทำหน้าที่คล้ายเป็นเซลล์ของเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้มีการสลายตัวออกมาเป็นเลือดประจำเดือน
 
     5.เกิดจากพันธุกรรม
ในผู้ป่วยที่มีอาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หลาย ๆ รายพบว่าคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคนี้เช่นกัน จึงอาจเป็นไปได้ว่าพันธุกรรมมีผลต่ออาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ 
 


  าการของช็อกโกแลตซีสต์

     อาการของโรคนี้มีมากมายหลายแบบ ตามแต่สภาพของโรคไปอยู่ยังจุดใด กล่าวคืออาการของโรคจะแสดงตามจุดที่ช็อกโกแลตซีสต์ได้ฝังตัวอยู่ เช่น เยื่อบุช่องท้อง อุ้งเชิงกราน  รังไข่  มดลูก  ท่อรังไข่  ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ใหญ่ สามารถแสดงอาการได้ดังนี้

    1. ประจำเดือนออกมากผิดปกติ  ซึ่งบางรายอาจออกมากกว่าปกติ หากเสียเลือดมากร่างกายอาจเกิดภาวะเลือดพร่องหมดแรง เป็นลมได้

    2. ประจำเดือนเป็นลิ่ม เลือดอาจออกมาเป็นลิ่มเลือดเพราะมีของเสียตกค้างในมดลูก รังไข่ เพราะตัวช็อดโกแลตซีสต์ไปขวางการเดินของเลือด ซึ่งในบางกรณีทำให้ประจำเดือนออกไม่หมดทำให้เลือดประจำเดือนโดนกักไว้ภายในจนกลายเป็นลิ่ม

    3. ปวดในช่องท้อง ในท้องน้อย หรืออุ้งเชิงกราน อาการเหล่านี้จะเกิดช่วงก่อนมีประจำเดือน ระหว่างมีประจำเดือน หรือหลังมีประจำเดือน ช่วงใดช่วงหนึ่ง หรือทั้ง 3 ช่วง  เกิดจากการที่ช็อกโกแลตซีสต์ไปขวางทางเดินของประจำเดือน หรือเกิดจากมดลูกบีบรัดเพราะช็อกโกแลตซีสต์ ทำให้ประจำเดือนไหลไม่สะดวกจึงทำให้เกิดอาการปวดท้อง

    4. มีบุตรยาก
เนื่องจากช็อกโกแลตซีสต์ที่เกาะบนรังไข่ทำให้เกิดผังผืด ซึ่งผังผืดเหล่านี้หากเกาะอยู่บนรังไข่ ทำให้รังไข่ผลิตฮอร์โมนได้ลดลง ทำให้ไข่ที่ผลิตออกมาคุณภาพไม่ดี อีกทั้งช็อกโกแลตซีสต์ยังไปขวางทางเดินของอสุจิ จึงทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก
 



  การตวจรักษาช็อกโกแลตซีสต์ตามวิธีแพทย์แผนตะวันตก

    หากมีอาการความสงสัยว่าเป็นช็อกโกแลตซีสต์ สามารถตรวจโดยใช้เครื่องมือตามแพทย์แผนตะวันตก ดังนี้

    1.การตรวจภายในโดยสูตินรีแพทย์ เพื่อให้แพทย์ตรวจสอบว่ามีก้อนบริเวณมดลูก รังไข่หรือไม่

    2.ตรวจด้วยอัลตราซาวด์ เป็นการตรวจภายในช่องท้อง มดลูกด้วยอุปกรณ์เครื่องเสียงความถี่สูง เพื่อวิเคราะห์ว่ามีก้อนเนื้อภายในหรือไม่ แต่อุปกรณ์นี้ไม่สามารถตรวจหาผังผืดภายในได้

    3.การส่องกล้อง เป็นการตรวจวินิจฉัยที่ค่อนข้างแน่นอน โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลเล็ก ๆ หรืออาจส่องผ่านช่องคลอด หรือรูทวาร เพื่อตรวจสภาพมดลูกว่ามีสิ่งแปลกปลอมจุดไหนบ้าง

    4.การใช้ยารักษา โดยแพทย์แผนตะวันตกจะให้ยากลุ่มบรรเทาอาการปวดประจำเดือน โดยจะให้จากปริมาณน้อย และค่อยเพิ่มปริมาณมากขึ้น หากให้ยาในปริมาณสูงสุดแล้วอาการยังไม่บรรเทาจะเริ่มรักษาด้วยวิธีการอื่น ๆ เช่น

    การบำบัดด้วยฮอร์โมน เป็นการช่วยบรรเทาอาการปวด และยับยั้งไม่ให้เยื่อบุโพรงมดลูกลุกลามไปยังที่อื่น โดยการรักษาแบบนี้จะต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง หากหยุดการรักษาอาการอาจจะกลับมาได้ โดยฮอร์โมนที่ใช้ในการรักษาอาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่มีดังนี้

    - ยาคุมกำเนิด มีทั้งแบบเม็ด แบบฝัง และแบบอื่น ๆ ทำหน้าที่ปรับฮอร์โมนให้กับสตรี จะทำให้ประจำเดือนมาลดลงจะช่วยให้ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการปวดประจำเดือนมีผลกระทบต่ออาการปวดลดลงไปด้วย

    - โกนาโดโทรปิน รีลิสซิ่ง ฮอร์โมน (Gonadotropin Releasing Hormone) ยาชนิดนี้มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการผลิตฮอร์โมนที่กระตุ้นให้เกิดการตกไข่ ลดระดับเอสโตรเจนในร่างกาย และช่วยหยุดการมีประจำเดือน ส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญขึ้นมาผิดปกติมีขนาดเล็กลง 

    - โปรเจสติน (Progestin) ยาคุมกำเนิดที่ผสมโปรเจสตินอย่างเดียว เช่น ห่วงอนามัย ยาฝังคุมกำเนิด และยาคุมแบบฉีด จะช่วยให้ประจำเดือนไม่มาและยับยั้งการเจริญของเยื่อบุโพรงมดลูก ส่งผลให้อาการป่วยดีขึ้นได้

    - ดานาซอล (Danazol) เป็นยากลุ่มฮอร์โมนแอนโดรเจน ที่ช่วยยับยั้งเยื่อบุโพรงมดลูกไม่ให้เจริญผิดที่ด้วยการป้องกันการหลั่งฮอร์โมนที่กระตุ้นการตกไข่และทำให้ประจำเดือนไม่มา แต่อาการของโรคอาจยังคงดำเนินต่อไปในระหว่างที่ใช้ยานี้ รวมทั้งอาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดสิวและมีขนขึ้นมาบ้าง อย่างไรก็ตาม แพทย์จะไม่เลือกใช้ยานี้เป็นอันดับแรกในผู้ที่ตั้งครรภ์หรือกำลังวางแผนตั้งครรภ์ เนื่องจากเสี่ยงที่ทารกในครรภ์จะได้รับผลข้างเคียงรุนแรง




  สาเหตุของช็อกโกแลตซีสต์ในทรรศนะแพทย์แผนจีน

    1.เกิดจากลมปราณติดขัดทำให้เลือดคั่ง ( 气滞血瘀证 )
    อาการทางคลินิก : ก่อนมีประจำเดือนจะมีอาการปวดแน่นท้องน้อย ระหว่างมีประจำเดือนมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ปวดบั้นเอว อาจปวดจนหน้ามืดเป็นลมได้ ปวดท้องแบบไม่ชอบให้กด ประจำเดือนไหลไม่คล่อง มีลิ่มเลือด ถ้าลิ่มเลือดหลุดออกมาอาการปวดจะทุเลาลง รู้สึกหน่วงๆแน่นๆที่รูทวาร ก่อนมีประจำเดือนปวดแน่นเต้านม เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ 
    ลักษณะลิ้น : ลิ้นม่วงคล้ำด้านข้างลิ้นมีจุดเลือดคั่ง ฝ้าขาวบาง
    ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึง

    2.เกิดจากความเย็นทำให้เลือดคั่ง ( 寒凝血瘀证 )
    อาการทางคลินิก : ก่อนมีประจำเดือนจะมีอาการปวดท้องน้อยปวดแบบรำคาญ ปวดไม่มากเป็นๆหายๆ ระหว่างมีประจำเดือนมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ถ้าได้รับความอบอุ่นอาการปวดจะทุเลาลง ประเดือนเลื่อน มาช้า ปริมาณน้อย สีคล้ำ มีลิ่มเลือด ขี้หนาวมือเท้าเย็น ตกขาวปริมาณมากสีขาว ถ่ายเหลว 
    ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดงคล้ำหรือด้านข้างลิ้นมีจุดเลือดคั่ง ฝ้าขาวบางหรือเหนียว 
    ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงหรือจมแน่น

    3.เกิดจากไตพร่องทำให้เลือดคั่ง ( 肾虚血瘀证 )
    อาการทางคลินิก : ระหว่างมีประจำเดือนมีอาการปวดท้องน้อยและปวดเอว หลังจากประจำเดือนหมดมีอาการปวดมากขึ้น อุจจาระบ่อยและเหลว ประจำเดือนปริมาณน้อย สีคล้ำซีดลักษณะเหลว หรือมีอาการมึนศีรษะ นอนไม่หลับ เมื่อยเอวเข่าอ่อน ขี้หนาวมือเท้าเย็น ความรู้สึกทางเพศลดลง มีบุตรยาก 
    ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดคล้ำลักษณะลิ้นอ้วน หรือด้านข้างลิ้นมีจุดเลือดคั่ง ฝ้าบางหรือขาวเหนียว 
    ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมละเอียด

   
4.เกิดจากลมปราณพร่องทำให้เลือดคั่ง ( 气虚血瘀证 )
    อาการทางคลินิก : ระหว่างมีประจำเดือนหรือหลังมีประจำเดือนมีอาการปวดหน่วงท้องน้อย ชอบอุ่นชอบให้กดท้อง ประจำเดือนปริมาณมาก สีซีด ลักษณะเหลวหรือมีลิ่มเลือด อ่อนเพลียไม่มีแรง สีหน้าซีดขาวไม่มีชีวิตชีวา ปากจืดไม่มีรสชาติ ถ่ายเหลวหรืออุจจาระแห้งแข็ง 
    ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดอ้วน ด้านข้างลิ้นมีรอยฟัน ฝ้าขาว 
    ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมละเอียด

    5.เกิดจากความร้อนอุดกั้นทำให้เลือดคั่ง ( 热郁血瘀证 )
    อาการทางคลินิก : ปวดท้องน้อย รู้สึกร้อนเหมือนถูกเผา ระหว่างมีประจำเดือนมีอาการปวดท้องมากขึ้น ประจำเดือนมาก่อนกำหนด ปริมาณมาก สีแดงคล้ำ ลักษณะหนามีลิ่มเลือด หรือไหลไม่หยุด หงุดหงิดง่าย ปากแห้งชอบดื่มน้ำ ปัสสาวะเหลืองอุจจาระแห้งแข็ง ตกขาวสีเหลืองปริมาณมาก 
    ลักษณะลิ้น : ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองบาง ข้างลิ้นมีจุดเลือดคั่ง 
    ลักษณะชีพจร : ชีพจรตึงเร็ว

   
6.เกิดจากเสมหะความชื้นอุดกั้นทำให้เกิดการคั่ง ( 痰湿瘀组证 )
    อาการทางคลินิก : ก่อนประจำเดือนมาหรือระหว่างมีประจำเดือนจะมีอาการปวดหน่วงท้องน้อย ชอบอุ่น ประจำเดือนมาก่อน-หลังกำหนดไม่แน่นอน ปริมาณน้อย สีซีดคล้ำ มีลิ่มเลือด ตกขาวปริมาณมาก ปวดหน่วงแน่นท้องน้อย แน่นหน้าอกอาหารไม่ย่อย ปากคอเหนียว อ่อนเพลียไม่มีแรง ไม่ถ่าย 
    ลักษณะลิ้น : ลิ้นซีดคล้ำ ฝ้าหนาเหนียว 
    ลักษณะชีพจร : ชีพจรจมฝืด
 



   สมุนไพรบรรเทาช็อกโกแลตซีสต์

    1. ใบย่านาง ใบย่านางมีสรรพคุณ ดับพิษ ลดไข้ และมีสรรพคุณ รักษา ฝี หนอง ลดการอักเสบ ต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงมีส่วนช่วยในการขับซีสต์ และลดอาการอักเสบจากซีสต์ได้

    2. น้ำผักผลไม้สกัดสด น้ำผักผลไม้สกัดสดมีผลในการต้านอนุมูลอิสระ และขับของเสียออกจากร่างกาย และมีผลช่วยในการปรับสมดุลในร่างกาย ทำให้ร่างกายขับพิษ และของเสียออกจากร่างกาย

    3. ใบบัวบก มีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ อีกทั้งยังมีวิตามินบี วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินเค วิตามินเอ แคลเซียม กรดอะมิโน และอื่น ๆ ใบบัวบกช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับร่างกาย ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยต่อต้านการเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ช่วยฟื้นฟูและบำรุงรักษาเซลล์ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อใหม่ บำรุงร่างกาย และโลหิต

 



  การบำบัดรักษาทางแพทย์แผนจีน

   
สยามแพทย์ทางเลือกคลินิก ทำการรักษาอาการวัยทองด้วยวิธีการดังนี้

    1.ทานยาสมุนไพรจีนที่ผ่านกระบวนการผลิตปลอดภัย ไม่มีสารตกค้าง ตามแต่ละกลุ่มอาการ เช่น
    - อาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ตามกลุ่มอาการลมปราณติดขัดทำให้เลือดคั่ง  ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ ระบายตับ ปรับชี่ให้เดินคล่อง ปรับการหมุนเวียนของเลือด ลดการคั่งของเลือด 
     - อาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ตามกลุ่มอาการความเย็นทำให้เลือดคั่ง ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ อบอุ่นหยาง ขับระบายความเย็น ปรับการหมุนเวียนของเลือด ลดการคั่งของเลือด
     - อาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ตามกลุ่มอาการไตพร่องทำให้เลือดคั่ง ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ บำรุงไต เติมจิง ปรับการหมุนเวียนของเลือด ลดการคั่งของเลือด
     
    2.การฝังเข็มตามแต่ละกลุ่มอาการ เพื่อปรับสมดุลร่างกายตามกลุ่มอาการ เช่น
    - อาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ตามกลุ่มอาการลมปราณพร่องทำให้เลือดคั่ง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ 
เพิ่มชี่ ปรับการไหลเวียนของเลือด ลดการคั่งของเลือด สลายก้อน
    - อาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ตามกลุ่มอาการความร้อนอุดกั้นทำให้เลือดคั่ง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ 
ลดร้อน ปรับการหมุนเวียนของเลือด สลายก้อน
    - อาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ตามกลุ่มอาการเสมหะความชื้นอุดกั้นทำให้เกิดการคั่ง ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ ขับเสมหะ ขับชื้น ปรับการหมุนเวียนของเลือด สลายก้อน

    3. นวดกดจุดบริเวณท้องน้อย ดังนี้
    - จุดชี่ไห่ ( 气海 ) จากสะดือลงมา 2 นิ้วมือ
    -
จุดกวนหยวน ( 关元 ) จากสะดือลงมา 4 นิ้วมือ
    - จุดอินหลิงเฉียน ( 阴陵泉 ) อยู่ขอบกระดูกใต้หัวเข่าด้านใน

 


  คำแนะนำจากแพทย์แผนจีน

    1.งดทานอาหาร ทอด มัน ปิ้ง ย่าง
    2.งดทานไก่  เนื้อสัตว์ใหญ่ หรืออาหารที่มีสารเร่ง เน้นทานผัก ผลไม้
    2.ทานน้ำอุ่นให้มาก
    3.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
    4.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรออกกำลังกายหนัก

    ช็อกโกแลตซีสต์ จัดเป็นโรคร้ายที่สร้างความทรมานให้ผู้หญิงเป็นอย่างมาก หากปล่อยไว้นานอาจกลายลุกลามกลายเป็นมะเร็งรังไข่ หรือมะเร็งมดลูกได้ จึงไม่ควรปล่อยอาการไว้ก่อนที่สายเกินไป

 



       หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการเป็น และปัจจัยอื่น ๆ   


     


     


     
Current Pageid = 409